
กรุงเทพฯตรึงเบี้ยรถชั้น1
ไม่ขึ้นราคายืดเวลาถึงปลายปีต้นทุนพุ่ง5%ลดค่าคอมม์แทน
ไม่ขึ้นราคายืดเวลาถึงปลายปีต้นทุนพุ่ง5%ลดค่าคอมม์แทน
กรุงเทพประกันภัย ยันปีนี้ยังไม่ขึ้นค่าเบี้ยรถชั้น 1 แม้เงินเฟ้อ ดันค่าจ้าง ค่าอะไหล่เพิ่ม 5%
นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า ภายในปีนี้บริษัทจะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หรือประกันภัยชั้น 1 แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันรถยนต์จะปรับเพิ่มขึ้น 5% มาอยู่ที่ 57.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ โดยเฉพาะค่าจ้างและค่าอะไหล่รถยนต์ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ ในส่วนของประกันภาคบังคับหรือประกัน พ.ร.บ. อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันก็มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น ตามเกณฑ์ใหม่ที่ได้มีการปรับเพิ่มความคุ้มครองให้สูงขึ้น ขณะที่ไม่สามารถปรับขึ้นค่าเบี้ย พ.ร.บ.ได้ ซึ่งในภาพรวมแล้วคาดว่าอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ.จะเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 50% เมื่อเทียบกับเกณฑ์ความคุ้มครองเดิมที่อยู่ประมาณ 30% ดังนั้นบริษัทอาจต้องมีการปรับลดค่านายหน้าสำหรับเบี้ย พ.ร.บ.ลง และพยายามขายควบคู่กับประกันชั้น 1 ให้มากขึ้น
“เรื่องค่าจ้าง ค่าอะไหล่ ที่ขึ้นราคาก็ถือเป็นปกติตามภาวะเงินเฟ้อ แต่ถ้าอู่ปรับขึ้นเร็วเกินไปเราก็ต้องมาคุยกัน ไม่เช่นนั้นภาระก็จะถูกผลักไปที่ลูกค้า เพราะถ้าเรายังแบกไหวอยู่ก็ต้องตรึงราคาเดิมไปก่อน แต่ถ้าอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นมาแตะที่ระดับ 60% ก็ถือว่าเป็นเส้นอันตรายแล้ว ซึ่งคงต้องมาพิจารณากันอีกที” นายพนัส กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทมีเบี้ยรับรวม 5,397 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นกำไรสุทธิจากการรับประกันภัย 550 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นกำไรจากการรับประกัน
ทั้งนี้ อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยโดยรวมอยู่ที่ 49.6% เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยในประกันอัคคีภัยลดลง 2.7% มาอยู่ที่ 32.7% ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) และประกันสุขภาพลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 44.6% ประกันภัยเบ็ดเตล็ดลดลง 10% มาอยู่ที่ 41.3% ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบเหมือนปี 2553 แต่ในส่วนของการประกันภัยทางทะเลและการขนส่งเพิ่มขึ้น 7.5% มาอยู่ที่ 38.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายค่าสินไหมให้กับเรือน้ำตาลล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
ส่วนทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะเน้นให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มช่องทางขายใหม่
การดูแลลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจมากขึ้นด้วยการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า คู่ค้า และการแนะนำกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่ากับเบี้ยประกันที่เหมาะสม รวมถึงการเพิ่มช่องทางขายทั้งผ่านเว็บไซต์ การเพิ่มจุดบริหารในห้างสรรพสินค้าในปีนี้ 23 แห่ง รวมถึงการเพิ่มช่องทางขายผ่านธนาคารและขายผ่านโทรศัพท์
&<2288;
&<2288;







