posttoday
ก.ล.ต.สั่งปรับเงินบิ๊กUMSฐานอินไซด์

ก.ล.ต.สั่งปรับเงินบิ๊กUMSฐานอินไซด์

15 สิงหาคม 2554

ก.ล.ต.สั่งปรับเงินผู้บริหาร UMS รวม 10.72 ล้านบาท ฐานใช้ข้อมูลภายในชิงขายหุ้น

ก.ล.ต.สั่งปรับเงินผู้บริหาร UMS รวม 10.72 ล้านบาท ฐานใช้ข้อมูลภายในชิงขายหุ้น

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายไพบูลย์ เฉลิมทรัพยากร  นายพงศเฉลิม เฉลิมทรัพยากร  นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม  กรณีขายหุ้นบริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส(UMS) และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ(UMS-W1)  โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการเป็นผู้บริหารของ UMS  ก่อนที่ข้อมูลนั้นจะเปิดเผยต่อประชาชน และนางสาวภัทรา เฉลิมทรัพยากร ในฐานะผู้ให้ความช่วยเหลือ โดยมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายไพบูลย์ เป็นจำนวนเงิน 5,363,120.64 บาท  นายพงศเฉลิม เป็นจำนวนเงิน 1,296,010.44 บาท  นายชัยวัฒน์ เป็นจำนวนเงิน 3,723,416.40 บาท  และนางสาวภัทรา เป็นจำนวนเงิน 333,333.33 บาท

สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้รับเรื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)และได้ตรวจสอบพบว่า นายไพบูลย์ในขณะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการบริหาร  นายพงศเฉลิมในขณะดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหาร และนายชัยวัฒน์ในฐานะกรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหารของ UMS ได้ล่วงรู้เรื่องผลการดำเนินงานของบริษัท ไตรมาส 4 ปี 2551 ที่มีกำไรสุทธิลดลงจำนวนมากเนื่องจากการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ และได้ขายหุ้น UMS และ UMS-W1 ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะเปิดเผยต่อประชาชนในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 โดยนางสาวภัทราให้ความช่วยเหลือนายไพบูลย์และนายพงศเฉลิมในการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง ดังนี้

นายไพบูลย์ขายหุ้น UMS ระหว่างวันที่ 16-29 มกราคม 2552 และระหว่างวันที่ 13-23 กุมภาพันธ์ 2552 และขาย UMS-W1 ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2552

นายพงศเฉลิมขาย UMS-W1 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง และขายหุ้น UMS และ UMS-W1 ระหว่างวันที่ 13-23 กุมภาพันธ์ 2552 ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวภัทรา

นายชัยวัฒน์ขายหุ้น UMS ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 19 กุมภาพันธ์ 2552 ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง

การกระทำของนายไพบูลย์ นายพงศเฉลิม และนายชัยวัฒน์เข้าข่ายเป็นการขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลภายใน(อินไซด์)ที่เป็นการเอาเปรียบบุคคลอื่น  ฝ่าฝืนมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  มีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน สำหรับนางสาวภัทรา ในฐานะผู้สนับสนุน มีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

นายไพบูลย์ นายพงศเฉลิม นายชัยวัฒน์ และนางสาวภัทรา ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบ คณะกรรมการเปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบปรับบุคคลทั้งสี่ราย เป็นจำนวนเงิน 5,363,120.64 บาท  1,296,010.44 บาท  3,723,416.40 บาท  และ 333,333.33 บาท ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ