
เอส.ที.มั่นนาฬิการะดับกลางโต
ชี้ลูกค้าคนรุ่นใหม่หันมาสนใจเชื่อดันยอดขายรวมโต10%
ชี้ลูกค้าคนรุ่นใหม่หันมาสนใจเชื่อดันยอดขายรวมโต10%
เอส.ที. ไดแมนชั่นฯ สบช่องตลาดนาฬิการะดับกลางโต เล็งนำเข้าอีก 2–3 แบรนด์ ดันยอดขายรวมโต 10%
นายณัฐภัทร จิรมณีกุล รองประธานกรรมการ บริษัท เอส.ที. ไดแมนชั่น วอท์ช บูติค ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาเพียเจต์, เบรเกต์ เป็นต้น กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีแผนจะนำเข้านาฬิกาแบรนด์ใหม่ในราคาระดับกลางเพิ่มอีก 2–3 แบรนด์ โดยมีราคาเริ่มต้น 2 หมื่น–1.8 แสนบาท เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และคนทำงานระดับกลางให้มากขึ้น
จากในปัจจุบันที่บริษัทมีลูกค้าในระดับลักชัวรีและไฮเอนด์เป็นหลัก สอดคล้องกับการเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาลักชัวรีและไฮเอนด์ 10 แบรนด์ จากแบรนด์ทั้งหมด 11 แบรนด์
“แต่จากสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภครุ่นใหม่ ผู้บริหารวัยรุ่น คนทำงาน หันมาซื้อนาฬิการะดับหมื่นบาทขึ้นไปมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดนาฬิการะดับกลางเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีสัดส่วนมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับสัดส่วนตลาดนาฬิกาลักชัวรีและไฮเอนด์ที่มีสัดส่วน 10–15% เท่านั้น จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะมีมูลค่าสูง แม้จะมีคู่แข่งในตลาดมากก็ตาม” นายณัฐภัทร กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนเป็นเงิน 20 ล้านบาท เพื่อขยายช็อปใหม่ของบริษัท แต่อยู่ในแบบเพียเจต์ บูติก ที่เซ็นทรัล แอมบาสซี จากเดิมมีร้านมัลติแบรนด์ช็อป 2 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน และเอ็มโพเรียม ซึ่งในขณะนี้มีแผนที่จะปรับปรุงช็อปใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น เอส.ที. ไดแมนชั่น ช็อป เพื่อสร้างความแตกต่างจากแบรนด์เดิม หลังจากที่ได้แยกตัวอย่างเป็นทางการกับแฟรงก์ วอท์ช บูติค
สำหรับสัดส่วนลูกค้าของบริษัทในขณะนี้ พบว่ามีชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น หลังจากสถานการณ์บ้านเมืองในปีนี้สงบนิ่ง ส่งผลให้สัดส่วนอยู่ที่ 35% จาก 10% ในปีที่ผ่านมา โดยพบว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจับจ่ายนาฬิกา หรือสินค้าฟุ่มเฟือย คือ ชาวจีนและเวียดนาม ส่วนคนไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 65% ซึ่งนับเป็นฐานลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน
ด้านผลประกอบการในปีนี้ ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 10% จากปีที่ผ่านมา แต่เป้าหมายทางด้านรายได้จากการเข้าร่วมงานเซ็นทรัล อินเตอร์เนชันแนล วอตช์ แฟร์ 2011 ในปีนี้ ตั้งไว้ที่อัตราการเติบโต 1015% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นายณัฐภัทร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางแผนสำหรับการดำเนินงานในอีก 2–3 ปีข้างหน้าไว้ ด้วยการเพิ่มการนำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นแบรนด์อินดีเพนเดนต์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิการายอื่นๆ







