
พลังงานลดราคาน้ำมันระยะสั้น
“พิชัย”ยันเดินหน้าลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ก.ย.นี้ เล็งใช้วงเงินกู้2 หมื่นล้านบาทโปะรายได้กองทุนน้ำมัน
“พิชัย”ยันเดินหน้าลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ก.ย.นี้ เล็งใช้วงเงินกู้2 หมื่นล้านบาทโปะรายได้กองทุนน้ำมัน
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงนโยบายพลังงานที่เตรียมรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ยังยืนยันที่จะปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชนเริ่ม ก.ย. นี้ แม้จะมีนักวิชาการและผู้ค้าน้ำมันไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่อาจจะเป็นมาตรการระยะสั้นไม่เกิน 1 ปีเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันได้เปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อนหน้า โดยระดับราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับลดลงมามาก
ทั้งนี้จะใช้วิธีการกู้เงินเพื่อนำมาชดเชยรายได้ที่หายไปของกองทุนน้ำมันฯ ประมาณเดือนละ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถใช้มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่อนุมัติให้สถาบันบริหารกองทุนพลังงานกู้เงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ได้ แต่จะเป็นการกู้เงินระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งหลังจากนโยบายหลักการเพิ่มค่าครองชีพให้กับประชาชนของรัฐบาลมีผลในทางปฏิบัติเมื่อไหร่ก็จะกลับมาเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯอีกครั้งเพื่อสะสมรายได้คืน
สำหรับนโยบายตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)และก๊าซธรรมชาติในรถยนต์(เอ็นจีวี)นั้น ยังคงตรึงราคาต่อไปในช่วงระยะสั้น แต่ระยะยาวจะต้องมีการปรับราคาบ้าง เพื่อรองรับกับการเปิดเสรีการค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่ไม่ควรจะใช้นโยบายอุดหนุนราคาพลังงานอีก ไม่เช่นนั้นจะทำให้มีต่างชาติเข้ามาใช้พลังงานในไทยแบบราคาถูก ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ
อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานจะดูแลไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน ซึ่งในส่วนของแอลพีจีภาคครัวเรือนคงต้องให้กับความสำคัญเป็นลำดับแรกเพราะเป็นผู้ใช้ในกลุ่มใหญ่ ในขณะที่ แอลพีจีภาคขนส่ง และเอ็นจีวี หากต้องปรับราคาในระยะยาวได้เตรียมนำนโยบายบัตรเครดิตพลังงานออกมาใช้เพื่อดูแลผู้ใช้ก๊าซฯในกลุ่มของแท็กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซค์รับจ้างและรถตู้สารธารณะ ไว้แล้ว
"นโยบายที่จะเร่งทำคือการลดราคาน้ำมันให้กับประชาชนด้วยการลดเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯเบนซิน95 ลง 7.50 บาท/ลิตร เบนซิน 91 ลง 6.70 บาท/ลิตร และดีเซล 2.80 บาท/ลิตร ซึ่งจะเป็นช่วงระยะสั้นไม่ถึง 1 ปี ดังนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแก๊สโซฮอล์คงไม่มาก ส่วนที่เป็นห่วงเรื่องรายได้กองทุนน้ำมันฯจะหายไป ก็จะใช้วิธีการกู้เงิน ในลักษณะของการออกพันธบัตร หรือจะกู้เงินโดยตรง ซึ่งจะมาหารือกับกระทรวงพลังงานอีกครั้ง"นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวถึงนโยบายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ว่า เป็นเรื่องของอนาคตยังมีเวลาในการพิจารณา แต่ไม่ได้ปฏิเสธเชื้อเพลิงชนิดนี้ เพียงต่อต้องอาศัยเวลาในการทำความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่ตัวอย่างทำให้เกิดความเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ตั้งสำนักประสานการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ที่จะมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า ดังนั้นก็สามารถใช้หน่วยงานนี้ในการให้ความรู้กับประชาชนได้







