
ติดอาวุธให้...ผู้ประกอบการ
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกส่อเค้าปั่นป่วนหนักเมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของโลกอย่างสหรัฐอเมริกามีปัญหาวิกฤตหนี้บวมเหมือนฝีใกล้แตก
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกส่อเค้าปั่นป่วนหนักเมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของโลกอย่างสหรัฐอเมริกามีปัญหาวิกฤตหนี้บวมเหมือนฝีใกล้แตก
โดย..สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรปไม่ต่างกับพี่ใหญ่ที่กำลังถูกโรคร้ายรุมเร้า เราในฐานะที่ต้องพึ่งพาอาศัยพี่ใหญ่ทำมาหากินเป็นหลัก จึงหนีไม่พ้นที่จะมีโอกาสได้รับเชื้อโรคร้ายด้วยเช่นกัน จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีภูมิคุ้มกันหรือมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายได้มากน้อยแค่ไหน
ใครที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บ้านเราไม่น่าจะได้รับผลกระทบเท่าไหร่นั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นคนน่ารักที่พูดจาให้กำลังใจผู้ประกอบการมากเหลือเกิน
ในเมื่อตลาดส่งออกใหญ่ของไทยยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป ในเมื่อนักท่องเที่ยวหลักกระเป๋าหนักที่จะมาเที่ยวเมืองไทยของเรายังเป็นคนอเมริกันและยุโรป
วิกฤตครั้งนี้จะกระทบเราน้อยอย่างนั้นหรือ
ยุคโลกาภิวัตน์ที่โลกเชื่อมโยงกันได้ด้วยปลายนิ้วมือ สังคมออนไลน์ที่สื่อสารอ่านข่าวกันได้ทันที ประชาชนและผู้ประกอบการจึงมีความเฉลียวฉลาดรอบรู้ดูเป็นเห็นความจริงอย่างเท่าเทียมกัน
ฉะนั้นยุคนี้จึงควรพูดกันตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม ไม่ต้องเอาใจ อะไรดีก็ต้องบอกว่าดี อะไรไม่ดีก็ต้องบอกไม่ดีตรงๆ คนฟังจะได้รับรู้และตั้งหลักแก้ปัญหาได้ทันกาล
ข่าวสารจากสื่อต่างๆ ที่มาจากบทสัมภาษณ์คนดังทั้งหลาย ทุกวันนี้มีมากมายฟุ้งกระจายจนไม่รู้จะเชื่อใครดี ถ้าจะให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์เองและหาทางเตรียมรับมือเรื่องนี้เอง ผมว่าผู้ประกอบการคงงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รู้จะเชื่อใครดี แล้วก็ไม่รู้จะปรับตัวเตรียมรับมืออย่างไรดี
เดินไม่ถูก ไปไม่เป็น สุดท้ายก็รอให้ทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยว่ากัน กลายเป็นผู้ประกอบการไทยทำอะไรมักไม่ค่อยมีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้า กลายเป็นคนที่ชอบแก้ไขมากกว่าป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น
พูดง่ายๆ ว่า...ทำธุรกิจแบบมวยวัด...ประมาณนั้น
เรื่องนี้ผมว่าไม่ค่อยแฟร์ จะไปต่อว่าดูแคลนแบบนั้นก็ไม่ถูก หากเราสังเกตให้ดีไม่ว่า สถานการณ์อะไรที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทั้งเรื่องความรุนแรงทางการเมืองในประเทศต่างๆ ทั้งเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงในหลายภูมิภาค หรือสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นไม่นานทั้งกรณีซับไพรม์ วิกฤตราคาน้ำมัน ปัญหาหนี้ยุโรป และล่าสุดปัญหาของสหรัฐอเมริกา เราไม่มีหน่วยงานไหนที่เป็นตัวหลักในการสรุปข้อมูลและวิเคราะห์ผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม
ไม่มีเซ็นเตอร์ในการวิเคราะห์เจาะลึกและสรุปบอกแนวทางในการเตรียมการรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเลย
มีแต่ปล่อยให้สื่อค่ายต่างๆ แย่งกันสัมภาษณ์คนนั้นคนนี้ที่คิดว่าจะเป็นกูรูผู้รู้จริง แล้วแย่งกันรายงานข่าวให้สังคมรับรู้แบบเร่งรัดและกระจัดกระจาย
คนอ่านก็อ่านไป คนสัมภาษณ์ก็สัมภาษณ์ไป สุดท้ายแทบเอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย...นี่คือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
ฉะนั้นจึงอยากเสนอให้รัฐบาลมอบหมายเจ้าภาพหลักสักแห่ง หรือจะตั้งคณะทำงานสักชุดก็ว่ากันไป จะเรียกขานว่าเป็น...ศูนย์เตือนภัยผู้ประกอบการ...ก็สุดแล้วแต่ กำหนดกันให้ชัดๆ ศึกษาวิเคราะห์กันให้ลึกๆ บอกข้อมูลแนวทางกับผู้ประกอบการให้จะจะว่า กลุ่มไหนต้องทำตัวอย่างไร กลุ่มไหนได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน กลุ่มไหนจะได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไร แล้วนำเสนอผ่านสื่อมวลชนอย่างเป็นระบบ
ภาครัฐต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยเหลือดูแลภาคเอกชน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น ไม่เก่งกาจในเรื่องเศรษฐกิจ ไม่มีศักยภาพในการจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือมีหน่วยงานภายในกิจการคอยศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทั้งหลายได้
เขาอยากได้ข้อมูลที่ผ่านการสังเคราะห์แล้วมาใช้ประโยชน์ในการทำธุรกิจไม่น้อยไปกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ เพียงแต่ทำด้วยตัวเองไม่ได้เท่านั้น
โลกยุคใหม่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หากจะช่วยผู้ประกอบการไทยให้ต่อสู้แข่งขันในตลาดโลกได้
ภาครัฐต้องมีกองกำลังกูรูด้านวิชาการความรู้ที่เชี่ยวชาญจริงมาเป็นฝ่ายบุ๋นเพื่อเติมเต็มข้อมูลให้ผู้ประกอบการออกไปรบกับเขาอย่างมั่นใจ







