
เอส11 กวาดสิงห์มอเตอร์ไซค์
ตั้งเป้าใน3ปีปล่อยกู้3พันล.จับกลุ่มลูกค้าทำอาชีพอิสระ
ตั้งเป้าใน3ปีปล่อยกู้3พันล.จับกลุ่มลูกค้าทำอาชีพอิสระ
เอส 11 กรุ๊ป โดดร่วมวงลุยเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ วาดฝัน 3 ปี ปล่อยกู้ได้ 3,000 ล้านบาท
นายสามารถ จิระดำรง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส 11 กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในปีนี้ให้ได้ 400500 ล้านบาท และคาดว่าจะทำกำไรได้เล็กน้อยหลังจากเริ่มทำธุรกิจได้เพียงปีแรก โดยคาดว่าในปี 2555 จะปรับเป้าสินเชื่อเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท และหลังจากนั้นอีก 34 ปี คาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็ได้แหล่งทุนหลักจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย ด้วยการอนุมัติวงเงินกู้จำนวน 450 ล้านบาท เพื่อนำมาปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าอีกต่อหนึ่ง
“แม้เราจะเป็นบริษัทน้องใหม่ที่เน้นปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์เพียงอย่างเดียว แต่สำหรับบุคลากรแล้วต่างมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี ซึ่งตัวบุคลากรจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตได้ตามเป้า” นายสามารถ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะปล่อยสินเชื่อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลักก่อน และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่งถึงจะขยายไปยังตลาดต่างจังหวัด โดยจะปล่อยสินเชื่อผ่านตัวแทนขายรถจักรยานยนต์ และใช้กลยุทธ์ด้านบริการหลังการขายเป็นตัวสนับสนุน มากกว่าการแข่งขันเรื่องราคา ที่ผู้ให้บริการเช่าซื้อเกือบทุกแห่งจะมีความแตกต่างกันน้อยมาก ที่สำคัญตัวแทนร้านค้าขายรถจักรยานยนต์จะมีส่วนสำคัญในการเลือกบริษัทเช่าซื้อสัดส่วนถึง 3 ใน 4 จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับตัวแทนร้านค้า
นายสามารถ กล่าวว่า บริษัทจะจับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือนเป็นหลัก ผ่อนค่างวดเฉลี่ยเดือนละ 2,000-2,200 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคารถจักรยานยนต์เฉลี่ยอยู่ที่คันละ 4.2 หมื่นบาท โดยคิดดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.85-2.1% ต่อเดือน บวกกับเงินดาวน์ 3,500 บาท
ทั้งนี้ จะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นอีกหรือไม่นั้นคงต้องขึ้นอยู่กับผู้นำตลาด แต่ถ้าดูอัตราดอกเบี้ยของธุรกิจเช่าซื้อเฉพาะรถจักรยานยนต์แล้ว จะพบว่ายังมีส่วนต่างของกำไรอยู่พอสมควร จึงคาดการณ์ว่าคงยังไม่มีการปรับดอกเบี้ยขึ้นในช่วงนี้ และทางภาคอุตสาหกรรมเองก็ต้องพยายามควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลไว้ไม่ให้เกิน 12% ถึงจะมีกำไรดีขึ้น
นายสามารถ กล่าวว่า ฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทไม่ใช่มนุษย์เงินเดือน แต่เน้นอาชีพอิสระหรืองานบริการเป็นหลัก ซึ่งแม้จะดูว่าเสี่ยงแต่ก็อยู่ที่การบริหารจัดการ การเข้าใจถึงธุรกิจ เข้าใจถึงอาชีพของลูกค้า เช่น ซื้อมอเตอร์ไซค์นำไปขับขายผลไม้ หรือขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็ตรงกับวัตถุประสงค์ที่เอารถไปประกอบอาชีพ ทำให้มีรายได้นำเงินมาจ่ายค่างวดได้ ความเสี่ยงจึงลดลง ซึ่งบริษัทเน้นการสร้างผลตอบแทนกลับมาเป็นกำไรมากกว่าเน้นเรื่องปริมาณ







