
ทองคำ-หุ้น ร้อนปรอทแตก
สัปดาห์ที่ผ่านมาแวดวงการเงิน การคลัง นักลงทุน ต่างตกตะลึงพรึงเพริดกับความผันผวนของตลาดโลก และอึ้งกับการพุ่งทะยานของราคาทองคำที่ทำลายสถิติโลกและราคาผันผวนอย่างมาก
ขณะที่ดัชนีหุ้นทั่วโลกต่างตื่นรับข่าวการสถาบันจัดอันดับเครดิต เอสแอนด์พี ได้ปรับลดอันดับเครดิตสหรัฐ จนทำให้เกิดแรงขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างหนัก และหันไปถือครองทรัพย์สินที่มั่นคงกว่าอย่างทองคำ
ผลที่ตามมาคือราคาทองคำได้ทุบสถิติโลกครั้งแรกทะลุระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ในวันเปิดสัปดาห์ ระหว่างวันพุ่งไปถึง 1,715.75 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศได้ปรับขึ้นถึง 10 ครั้ง ขึ้นสูงสุดถึง 650 บาท ทองคำแท่งขายออก 24,150 บาท และทองรูปพรรณขายออก 2.39 หมื่นบาท
วันที่ 9 ส.ค. ราคาทองยังร้อนฉ่าเปิดมาปุ๊บปรับขึ้นรวดเดียวถึง 600 บาท จนสมาคมค้าทองคำต้องประกาศราคาทองคำทั้งหมด 19 ครั้ง ราคาปรับขึ้นถึง 950 บาท ทองคำแท่งรับซื้อคืน 2.5 หมื่นบาท ขายออกถึงบาทละ 2.51 หมื่นบาท
ขนาด จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า การผันผวนของราคาทองคำรอบนี้มีแรงเหวี่ยงมาก จากเดิมราคาขยับครั้งละ 50 บาท เปลี่ยนเป็นครั้งละ 150 บาท นับว่ามีการเก็งกำไรสูงมากในตลาดเอเชีย ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการเก็งกำไรของกองทุนที่ปั่นราคาทองอย่างหนัก ทั้งๆ ราคาทองคำควรอยู่ที่ระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์เท่านั้น แต่นักลงทุนไทยก็แห่มาซื้อทองมากจนร้านไม่มีทองคำส่งมอบ ต้องให้ใบจองซื้อไปก่อน อีก 37 วันค่อยมารับทองคำ
ขณะที่หุ้นไทยเหวี่ยงแรงลงลึกถึง 44.81 จุด ก่อนที่จะเหลือติดลบเพียง 6.24 จุด มีมูลค่าซื้อขายหนาแน่นถึง 6.36 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 11 ส.ค. ราคาทองคำยังปรับขึ้นถึง 14 ครั้ง ทำให้ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 2.53 หมื่นบาท ขายออก 2.54 หมื่นบาท และทองรูปพรรณรับซื้อ 24,938 บาท และขายออกที่ 2.58 หมื่นบาท เพิ่มขึ้น 500 บาท เพราะนักลงทุนต้องการซื้อทองคำป้องกันความเสี่ยง หลังเกิดกระแสข่าวฝรั่งเศสอาจถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ
ล่าสุด วันที่ 13 ส.ค. ราคาทองคำกลับลดลง 550 บาท เมื่อเทียบกับวันที่ 11 ส.ค.
ผลจากราคาทองพุ่งขึ้นสูง ก็ทำให้เกิดบริษัทเถื่อนหลอกลวงประชาชนเข้าลงทุนทองคำ จนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จับมือกับตำรวจเข้าตรวจสอบจับกุม ขณะที่ร้านทองก็จ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านทองคำแนะนำให้นักลงทุนระวังการซื้อขายช่วงนี้ เพราะราคาทองคำผันผวนมาก เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปยังมีปัญหา
ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรกไทยมีการนำเข้าทองคำ 5,560 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งออกทองคำ 3,410 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งปริมาณการนำเข้าและส่งออกที่สูงของทองคำ เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวเงินบาทผันผวนด้วย
สำหรับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยช่วงท้ายสัปดาห์ถึงจะผันผวนมาก แต่ก็กลับมาฟื้นตัวได้จากการที่นักลงทุนมีแรงซื้อกลับ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ 00.25% ไปอีก 2 ปีจนถึงกลางปี 2556 โดยปิดที่ 1,062.07 จุด ลดลงเพียง 2.86% มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่ออยู่ที่ 42,569 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติและสถาบันขายสุทธิ
อานิสงส์ทองคำราคาสูงยังส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น 20-30% โดยเฉพาะสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น 37 วัน เพื่อนำเข้าและส่งออกทองคำ
อึกทึกครึกโครมอีกเรื่องคือ ภาษีโอ๊คเอม 1.2 หมื่นล้านบาท เมื่อกรมสรรพกรที่ปรับตัว 360 องศา เสนอคืนเงินแก่นายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร โดยไม่มีการอุทธรณ์คดีเช่นวิธีปฏิบัติตามปกติ หลังจากศาลภาษีตัดสินให้แพ้คดี เนื่องจากศาลฎีกาตัดสินว่า เป็นนิติกรรมอำพรางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นของร้อนในความรู้สึกของคนไม่แพ้ทองคำ







