posttoday
55 ปีแห่งความภาคภูมิใจ ฮาวายไทยหวนตีตลาด

55 ปีแห่งความภาคภูมิใจ ฮาวายไทยหวนตีตลาด

13 สิงหาคม 2554

เมื่อปี 2499 มีร้านขายเฟอร์นิเจอร์หวายสำเร็จรูปในย่านปทุมวัน ในชื่อ ฮาวายไทย เฟอร์นิเจอร์

เมื่อปี 2499 มีร้านขายเฟอร์นิเจอร์หวายสำเร็จรูปในย่านปทุมวัน ในชื่อ ฮาวายไทย เฟอร์นิเจอร์

 
โดย...นราทิพย์ กวางเส็ง

เมื่อปี 2499 มีร้านขายเฟอร์นิเจอร์หวายสำเร็จรูปในย่านปทุมวัน ในชื่อ ฮาวายไทย เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ทหารอเมริกันที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยในช่วงสงครามเวียดนาม ทำให้ต้องขยายสาขาออกไปถึง 4 สาขา เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ปทุมวัน

20 ปี ฮาวายไทย ได้ขยับขยายจากผู้ค้าปลีกไปสู่ผู้ผลิตเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ ภายใต้บริษัทลูก ฮาวายไทย เอ็กซ์ปอร์ต ซึ่งก่อตั้งในปี 2519 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีของลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งประเทศในสแกนดิเนเวีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าโครงการ เช่น โรงแรม รีสอร์ต คอนโดมิเนียม และเจ้าของบ้านหรู สถานทูต เป็นต้น

วิวัฒน์ วิภวพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือฮาวายไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สาน ถักทอ กล่าวว่า หลังจากทำตลาดส่งออกมานาน 27 ปี ในปี 2546 บริษัทก็เริ่มหันมาทำตลาดในเมืองไทยเพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจในต่างประเทศ ค่าเงินบาทแข็ง และผลักดันยอดขายให้เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับเริ่มมีคู่แข่งที่ลอกเลียนแบบสินค้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในประเทศอินโดนีเซียและจีน และทำราคาขายถูกกว่าของบริษัทถึง 40%

อย่างไรก็ตาม สินค้าของคู่แข่งที่ขายในราคาถูกจะได้กลุ่มลูกค้าระดับล่างและระดับกลาง ในขณะที่บริษัทมีฐานลูกค้าในระดับพรีเมียม จึงกระทบเพียงเล็กน้อยเมื่อลูกค้าระดับกลางเปลี่ยนไปซื้อสินค้าถูกกว่า ดังนั้นเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ บริษัทจึงปรับตัวตลอดเวลาในเรื่องการออกแบบดีไซน์ และพัฒนาคุณภาพให้เป็นที่ประจักษ์

 

55 ปีแห่งความภาคภูมิใจ ฮาวายไทยหวนตีตลาด

สำหรับแผนการตลาดในการส่งออก ขณะนี้กำลังวางแผนขยายตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือ นิช มาร์เก็ต ในประเทศเยอรมนี ซึ่งอยู่ในกระบวนการเจรจาทางการค้า จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่การทำตลาดส่งออกในปัจจุบันต้องระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินบาทยังมีความผันผวนสูง ประกอบกับเศรษฐกิจในทวีปยุโรปและอเมริกายังมีความน่ากังวล

การทำตลาดภายในประเทศให้แข็งแกร่งจึงเป็นทางออกในขณะนี้ โดยปีนี้บริษัทมีแผนลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อขยายโชว์รูม ฮาวายไทย เฟอร์นิเจอร์ สาขา 2 บนถนนพระราม 9 คาดว่าแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ทั้งยังเป็นการสร้างแบรนด์อีกด้วย โดยระยะเริ่มต้นตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1 ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้บริการบำรุงรักษาหลังการขาย แบบออนไซต์เซอร์วิส หรือรับบริการนอกสถานที่เพื่อดูแลลูกค้าไทยอีกด้วย

ด้านรายได้ของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะไม่เติบโตเช่นเดียวกันรายได้ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าเงินบาทที่แกว่งตัวสูง โดยคิดเป็นมูลค่า 200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการส่งออก 80% และรายได้ภายในประเทศ 20%

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีผลบังคับใช้ในปี 2558 โดยจะเน้นการขายแบบค้าปลีก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทจะเป็นกลุ่มคนทั่วไป และกลุ่มผู้ประกอบการโครงการ โรงแรม เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการ 60% และลูกค้าทั่วไป 40%

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ของบริษัทได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี คือ เรื่องคุณภาพและดีไซน์ ประกอบการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนาเส้นหวาย ดูราวีร่า เส้นหวายที่มีคุณสมบัติจากธรรมชาติ ดูแลรักษาง่าย แก้ปัญหาความเสียหายจากการตากแดด ตากน้ำ เป็นเชื้อรา เปื่อยพัง เนื่องจากผู้ซื้อเฟอร์นิเจอร์หวายส่วนใหญ่จะใช้วางนอกอาคาร หรือเอาต์ดอร์ จึงเป็นจุดแข็งที่บริษัทจะใช้เป็นเรือธงในการขยายตลาดต่อไป

ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ที่รัฐบาลใหม่จะประกาศใช้ปี 2555 บริษัทมองว่ารวดเร็วเกินไปที่จะปรับขึ้นทีเดียวเกือบ 100% ทั้งยังไม่มีแนวทางที่แน่ชัด และมาตรการใดๆ ที่จะคุ้มครองผู้ประกอบการและแรงงาน จึงอยากให้รัฐบาลใหม่ทบทวนเรื่องการขึ้นค่าจ้างดังกล่าว หรือขยับค่าจ้างทีละน้อย มิเช่นนั้นย่อมส่งผลทางด้านลบต่อผู้ประกอบการในด้านการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศและในประเทศ

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ