
ต่างชาติขอบีโอไอพุ่งทะลุ 300%
ยอดขอบีโอไอต่างชาติเดือนม.ค.พุ่ง 381 % มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท โดยญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนอับดับหนึ่ง
ยอดขอบีโอไอต่างชาติเดือนม.ค.พุ่ง 381 % มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท โดยญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนอับดับหนึ่ง
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยถึง จำนวนการขอรับส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ในเดือนม.ค. 2553 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีนักลงทุนต่างชาติยื่นเข้ามาทั้งหมด 61 โครงการ เพิ่มขึ้น 32.6% จากช่วงเดียวกันปี 2552 ที่มี 46 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 4.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 381 %เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2552 ที่มีมูลค่าลงทุนอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด โดยมีโครงการที่ยื่นขอบีโอไอ 31 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุน 4.4 หมื่นล้านบาท รองลงมา สิงคโปร์ จำนวน 8 โครงการ มูลค่า 2,753 ล้านบาท เดนมาร์ก 4 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1,341 ล้านบาท ไต้หวัน 3 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 310 ล้านบาท และออสเตรีย 2 โครงการ มูลค่า 290 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การลงทุนของต่างชาติส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกลุ่มกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ในขณะที่การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปมีทั้งสิ้น 11 โครงการ โดยเป็นโครงการลงทุนกิจกาพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติรวม 7 โครงการ และอีก 4 โครงการอยู่ในประเภทกิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะ กิจการผลิตอัญมณี และกิจการผลิตเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
สำหรับยอดขอบีโอไอในภาพรวมเดือน ม.ค. มีมูลค่า 5.64 หมื่นล้านบาท ลดลง 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะปีที่ผ่านมามีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก เช่น โรงไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ โลหะพื้นฐาน แต่ถ้าเทียบกับจำนวนโครงการแล้วในปี 2553 มีจำนวนมากขึ้น







