posttoday
ผุดทาร์เก็ตฟันด์ซื้อหุ้น

ผุดทาร์เก็ตฟันด์ซื้อหุ้น

11 สิงหาคม 2554

ธนชาตยูโอบีชี้จังหวะช้อนไตรมาส4เงินไหลเข้าตลาด

ธนชาตยูโอบีชี้จังหวะช้อนไตรมาส4เงินไหลเข้าตลาด

บลจ.ธนชาต เชียร์ช้อนหุ้นไทย เชื่อไตรมาส 4 เงินกลับเข้าตลาดหุ้น ตั้งทาร์เก็ตฟันด์หวังกำไร 8% ใน 1 ปี “ยูโอบี” ออกสไตรค์ 6 ตั้งเป้า 7%

นายวีระพล สิมะโรจน์ ผู้จัดการกองทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นจังหวะดีที่จะกลับเข้าไปลงทุนหุ้น เนื่องจากดัชนีหุ้นไทยที่ลดลงมาประมาณ 9-10% จากระดับสูงสุดที่ 1,140 จุด โดยยังเชื่อว่าไตรมาส 4 ปีนี้ จะมีเงินลงทุนไหลกลับเข้ามาลงทุนทั้งจากนักลงทุนต่างชาติ และเม็ดเงินลงทุนในกองทุนเพื่อประหยัดภาษี

“ในช่วงสั้นๆ ตลาดอาจยังคงผันผวน แต่ในไตรมาส 4 ดัชนีน่าจะกลับมาได้ โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงในสหรัฐและยุโรปลดลง ประกอบกับการเข้ามาซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงเป้าดัชนีไว้ที่ 1,200 จุดในสิ้นปีนี้” นายวีระพล กล่าว

นอกจากนี้ มาตรการของรัฐบาลใหม่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายลดภาษีนิติบุคคลที่จะทำให้บริษัทจดทะเบียนมีกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ในปี 2555 ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณการเดิมที่นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะเติบโต 15% และจะทำให้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 8 เท่า ซึ่งถือว่าราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค

สำหรับปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐนั้น ตลาดคาดการณ์ไว้แล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่ปรับเพิ่มดอกเบี้ยได้จนถึงปี 2556 แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐน่าจะชะลอการเติบโตเท่านั้น ไม่รุนแรงจนถึงขั้นเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้หากทางการสหรัฐมั่นใจว่าเศรษฐกิจชะลอตัวลงจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น QE3 ออกมา

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 11-17 ส.ค. บลจ.ธนชาต เปิดขายกองทุนเปิดธนชาตทริกเกอร์ฟันด์ 3 (TTRIGGER3) ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยมีเป้าหมายกำไรประมาณ 8% และปิดกองทุนเมื่อกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุนตั้งแต่ 10.91 บาทขึ้นไป เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกัน หรืออายุ 1 ปี

ด้านนายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า บริษัทจะเปิดขายกองทุนเปิด ยูโอบี ซุปเปอร์ สไตรค์ 6 (UOBSS6) ตั้งแต่วันที่ 10-16 ส.ค.นี้ ลงทุนในหุ้นไทย ตั้งเป้าผลตอบแทน 7% ภายใน 1 ปี

“ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงหุ้นไทย ณ วันที่ 5 ส.ค. 2554 ปรับตัวลง 3.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่เมื่อพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของไทยยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตดี และการเมืองที่มีเสถียรภาพ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนในตลาดหุ้น” นายวนา กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะอยู่ที่ 45% รวมถึงปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชน และตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เติบโตได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในปี 2554 บริษัทจดทะเบียนจะมีผลกำไรเติบโตโดยเฉลี่ย 13% ส่งผลให้ผู้บริหารยังมีความมั่นใจในธุรกิจ มีสภาพคล่องในระดับสูง ซึ่งจะนำไปสู่การขยายการลงทุนในอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ