posttoday
คลังขย่มขึ้นดอกต้นทุนพุ่ง1.4แสนล.

คลังขย่มขึ้นดอกต้นทุนพุ่ง1.4แสนล.

11 สิงหาคม 2554

ติงดอกเบี้ยสูงสกัดเงินเฟ้อไม่ได้เศรษฐกิจซบ-เอกชนหยุดลงทุน

ติงดอกเบี้ยสูงสกัดเงินเฟ้อไม่ได้เศรษฐกิจซบ-เอกชนหยุดลงทุน

สศค.ขย่ม ธปท. ชี้ปรับดอกเบี้ยขึ้นทุก 1% รัฐ เอกชน ยันรัฐวิสาหกิจ แบกต้นทุนอานกว่า 1.4 แสนล้านบาท แถมยังไม่ช่วยสกัดเงินเฟ้อ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเคลื่อนย้ายเงินทุน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจไม่สามารถสกัดการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อได้อย่างชัดเจน ในมุมกลับกันการขึ้นดอกเบี้ยทุก 1% จะทำให้ภาระดอกเบี้ยของรัฐบาล เอกชน และรัฐวิสาหกิจ เพิ่มขึ้นปีละ 1.4 แสนล้านบาท

นายเวทางค์จำแนกภาระที่เพิ่มขึ้นดังนี้ ภาระภาครัฐเพิ่มขึ้น 3 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบจากยอดหนี้สาธารณะที่มีอยู่ 3 ล้านล้านบาท ภาระของดอกเบี้ยของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นอีกปีละ 1 แสนล้านบาท เมื่อเทียบจากเงินกู้ในระบบประมาณ 10 ล้านล้านบาท ขณะที่ต้นทุนของรัฐวิสาหกิจจะเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบจากยอดเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ 1 ล้านล้านบาท

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อทั้งปี สศค.คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะอยู่ที่ระดับ 3.8% เงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารสด และพลังงาน น่าจะอยู่ที่ระดับ 2.5% ถือว่ายังอยู่ในกรอบเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้งเห็นว่าผลที่มาจากมาตรการรัฐบาล เช่น เรื่องการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ หรือการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในช่วงครึ่งหลังของปีนี้มากนัก เนื่องจากบางมาตรการยังต้องใช้ระยะเวลาโดยเฉพาะเรื่องโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้คาดว่าน่าจะอยู่ที่ระดับไม่เกิน 3.75% จากปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 3.25%

“เงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ค. อยู่ที่ 4.08% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.6% สะท้อนให้เห็นว่าราคาอาหารสดและพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมเงินเฟ้อทั้งปีมั่นใจว่าจะไม่สูงนัก ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยก็ไม่แน่ว่าจะช่วยสกัดเงินเฟ้อได้ แต่จะทำให้เศรษฐกิจชะลอลงได้ เพราะต้นทุนทั้งภาครัฐและเอกชนปรับตัวสูงขึ้น” นายเวทางค์ กล่าว

นายเวทางค์ กล่าวอีกว่า ในระยะสั้นการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อไม่แน่ว่าจะมีผลดีแค่ไหน เพราะผลจากการขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ภาระต้นทุนของเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เอกชนอาจชะลอการลงทุน ขณะประชาชนอาจลดการบริโภค เมื่อประชาชนบริโภคน้อยลงราคาสินค้าอาจลดลง แต่จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงได้

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า รมว.คลังคนใหม่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลเสถียรภาพของเงินบาทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้และการปรับลดเครดิตของสหรัฐไม่ให้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจนเกินไป เพื่อดูแลภาคการส่งออกซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทย และต้องดูแลวินัยการคลังของประเทศจากการดำเนินนโยบายประชานิยมต่างๆ ให้การกระจายเม็ดเงินงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการสร้างภาระภาครัฐ

“สำหรับธุรกิจธนาคารเองรัฐบาลต้องระมัดระวังการใช้ธนาคารภาครัฐเป็นเครื่องมือ เพราะหากใช้มากจนเกินไปอาจเข้าข่ายการผูกขาดและบิดเบือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้ เช่น โครงการบ้านหลังแรก ดอกเบี้ย 0% 5 ปี หากเป็นไปได้ควรเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมด้วยเพื่อสร้างความเป็นธรรมในตลาด” นายชาติชาย กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ