
PTTARเชื่อปีนี้รายได้3.5แสนล้าน
สหรัฐไม่หนักน้ำมัน100เหรียญ พาราไซลีนตึงตัวหนุนราคาพุ่ง
สหรัฐไม่หนักน้ำมัน100เหรียญ พาราไซลีนตึงตัวหนุนราคาพุ่ง
PTTAR มั่นใจ รายได้เข้าเป้าที่ 3.5 แสนล้านบาทปีนี้ พาราไซลีนหนุนเชื่อปัญหาสหรัฐอเมริกากระทบไม่มาก มองราคาน้ำมัน 100-105 เหรียญสหรัฐ
นายบวร วงศ์อุดมสิน ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) เปิดเผยว่า บริษัทประเมินว่าผลกระทบจากการที่สหรัฐถูกลดอันดับเครดิตไม่น่าจะส่งผลรุนแรงมากนัก และเมื่อสหรัฐแย่ลงทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงก็จะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงยังมองว่าราคาน้ำมันน่าจะอยู่ในระดับ 100-105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
“ถ้าไม่มีกรณีสหรัฐถูกลดเครดิต ผลดำเนินงานครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกมากเพราะได้ในส่วนของพาราไซลีนหนุนตามความต้องการยังมีมาก ขณะที่กำลังผลิตอยู่ในภาวะตึงตัวในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า เพราะปริมาณหายไปจากตลาด ประมาณ 1.5 ล้านตันต่อวัน จากจีนหยุดซ่อมบำรุงเยอะ และมีโรงงานที่ไฟไหม้ของไต้หวันทำให้ราคาพุ่ง” นายบวร กล่าว
น.ส.ดวงกมล เศรษฐธนัง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ การเงินและบัญชี PTTAR กล่าวว่า แนวโน้มรายได้จากการขายปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 3.5 แสนล้านบาท เติบโต 28% จากปีก่อน บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วงครึ่งปีหลังจะอยู่ไม่ต่ำกว่า 105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะมีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์พาราไซลีนเพิ่มขึ้นหลังจากที่โรงงานอะโรเมติกส์หน่วยที่ 1 (AR2) ได้หยุดเดินเครื่องผลิตเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตจำนวน 12 วัน กลับมาผลิตเต็มที่ ส่งผลให้กำลังการผลิตพาราไซลีนเพิ่มขึ้นอีก 3-4 หมื่นตันต่อปี
สำหรับในส่วนของโรงกลั่นช่วงครึ่งปีหลังจะกลั่นเพิ่มเป็น 2.9 แสนบาร์เรลต่อวัน จากครึ่งปีแรกกลั่นเฉลี่ยที่ 2.3 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ทั้งปีกำลังการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.6 แสนบาร์เรลต่อวัน หรือ 90% ของการกลั่นทั้งหมด
ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีหลังความต้องการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในส่วนของดีเซลมีมากจากช่วงฤดูหนาว จึงทำให้เชื่อว่าแนวโน้มค่าการกลั่นรวม (GIM) ในช่วงครึ่งปีหลังจะไม่ต่ำกว่า ช่วงครึ่งปีแรกที่ทำได้ที่ 7.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และมีความเป็นไปได้อาจจะขาดทุนสต๊อกน้ำมันหลังราคาลดลงจากครึ่งปีแรกมีกำไรจากสต๊อก 1,385 ล้านบาท
“บริษัทบริหารความเสี่ยงไว้เกือบทุกด้าน ทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมัน โดยในส่วนอัตราแลกเปลี่ยนจะจัดวงเงินการก่อหนี้ในรูปเงินเหรียญสหรัฐสัดส่วนที่เท่ากับรายได้ที่จะเกิดจากเงินเหรียญสหรัฐเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น”
บล.เอเซีย พลัส ปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบจากเดิม 100 เหลือ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และประมาณการค่าเงินบาทจากเดิมมองที่ 30 บาท เหลือ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การลดคาดการณ์ราคาน้ำมันลง ส่งผลกระทบต่อบริษัท ปตท. (PTT) และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP)







