
ไอซีทีรอรมว.ใหม่เคลียร์ปมสัมปทาน
ปลัดไอซีทีเผยงานด่วย รมว.คนใหม่ต้องเร่งเคลียร์ปมสัญญาสัมปทานมือถือ-สานต่อบรอดแบนด์แห่งชาติ
ปลัดไอซีทีเผยงานด่วย รมว.คนใหม่ต้องเร่งเคลียร์ปมสัญญาสัมปทานมือถือ-สานต่อบรอดแบนด์แห่งชาติ
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ได้เตรียมโครงการต่างๆที่ยังค้างอยู่จากรัฐบาลชุดที่แล้วเสนอให้ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.ไอซีทีคนใหม่พิจารณา ซึ่งขณะนี้มีเรื่องใหญ่ คือ ข้อสรุปในเรื่องของสัญญาสัมปทานของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ ทรูมูฟ ที่แก้ไขโดยไมผ่านคณะกรรมการมาตรา 22 และ 13 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน
เรื่องดังกล่าว ทางรมว.ไอซีที จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจและเสนอให้ครม. พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หลังจากการแก้ไขสัญญาดังกล่าวสร้างความเสียหายให้แก่รัฐกว่า 1 แสนล้านบาท และเอกชนไม่ยอมรับข้อเสนอของคณะกรรมการเจรจาที่ได้ดำเนินการมาตลอดรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่งผลฝห้การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ
นอกจากเรื่องสัญญาสัมปทานแล้ว ยังมีโครงการบรอดแบนด์แห่งชาติ ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ริเริ่มไว้ มีเป้าหมายขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ครอบคลุมประชากรไม่น้อยกว่า 80% ภายในปี 2558 และ ไม่ต่ำกว่า 95% ในปี 2563 ค่าบริการโดยเฉลี่ยไม่เกิน 2% ของรายได้ประชากรหรือประมาณ 150-200 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าต่ำมากหากเทียบกับค่าบริการปัจจุบันที่มีราคาเฉลี่ย 599 ต่อเดือน หรือ 6% ของรายได้ประชากร
ส่วนโครงการอื่นๆ ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ คือ การปรับปรุงศูนย์ให้บริการคอลเซ็นเตอร์ภาครัฐ หรือ จีซีซี 1111 และ คอลเซ็นเตอร์ของกระทรวงผ่านเลขหมาย 1212 สู่การให้แบบบริการ 7 วัน 24 ชม. จากที่ผ่านมาให้บริการเฉพาะวันและเวลาราชการเท่านั้น ส่งผลให้การทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร
นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า สิ่งที่รมว.ไอซีทคนใหม่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก คือ สร้างการรับรู้ให้มากที่สุดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เพราะกฎหมายฉบับนี้สำคัญต่การสื่อสารในยุคปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตมีบทบาทอย่างมาก แต่ขณะนี้ประชาชนและผู้ใช้คอมพิวเตอร์ยังขาดความเข้าใจในกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้น ไอซีที ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงควรเร่งแก้ปัญหา
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนธุรกิจ เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลทุกยุคทุกพรรคให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งในครึ่งปีหลัง มีแผนเข้าประมูลงานของหน่วยงานภาครัฐไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ เช่น กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและนครหลวง กรมที่ดิน โครงการโครงข่ายอัจฉริยะ (เอ็นจีเอ็น) รวมมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะได้เซ็นสัญญามากกว่า 30% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด







