
อินเดียเล็งสร้างโรงไฟฟ้าในไทย
นักธุรกิจอินเดีย เล็งหาพันธมิตรไทยรวมทุนสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้ามูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน
นักธุรกิจอินเดีย เล็งหาพันธมิตรไทยรวมทุนสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้ามูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน
นายปราซูน มุคเคอร์จี ประธานบริหาร บริษัท ยูเอสอาร์ เจ้าของแฟรนไชส์ เอาท์แบค สเต็ก เฮ้าส์ กล่าวว่า บริษัท ยูเอสอาร์ เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ แต่ดำเนินธุรกิจโดยชาวอินเดียและลงทุนในประเทศอินเดียเป็นส่วนใหญ่ เช่น โรงงานผลิตไฟฟ้า ธุรกิจนำเข้าส่งออก ร้านอาหาร และอสังหาริมทรัพย์ จึงมีความสนใจที่จะลงทุนสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในประเทศไทย บนแนวทางการร่วมทุนกับนักลงทุนชาวไทยที่สนใจ ซึ่งจะต้องใช้เม็ดเงินในการลงทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท กำลังการผลิต 500 เมกาวัตต์ หรือคิดเป็น 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเมกาวัตต์ (700 ล้านบาท)
ทั้งนี้ แนวทางการสร้างโรงงานไฟฟ้าในประเทศไทยนั้น บริษัทเล็งเห็นว่าขณะนี้สถานการณ์การเมืองภายในประเทศมีความสงบนิ่งแล้ว ประกอบเศรษฐกิจกำลังเจริญเติบโต และความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มสูงขึ้น จึงเห็นถึงโอกาสในการขายไฟฟ้าในอนาคต
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังสนใจดึงนักลงทุน หรือบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศไทยไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะนายาจาค์ล (Nayachar) พื้นที่ 1.2 หมื่นเอเคอร์ ซึ่งเป็นบริษัทเป็นเจ้าของ 100% และพัฒนาที่อยู่อาศัยในอีก 5,000 เอเคอร์ของเมืองกุจาราต และ 3,000 เอเคอร์ที่เมืองเบงกอล
“ปัจจุบัน บริษัท ยูเอสอาร์ มีมูลค่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ปีนี้มีรายได้ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า เมื่อโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหิน 9 โรงในประเทศอินเดีย สร้างเสร็จทั้งหมดภายในปี 2559 กำลังการผลิต 6,000 เมกาวัตต์ บริษัทจะมีรายได้ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ” นายปราซูน กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับแผนการดำเนินงานของร้าน เอาท์แบค สเต็ก เฮาส์ ในประเทศไทย บริษัทมีแผนที่จะขยายร้านอีก 3 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่เพียง 1 สาขา ในกรุงเทพ ได้แก่ อีก 1 สาขาในกรุงเทพ พัทยา และภูเก็ต ด้วยงบลงทุนสาขาละ 24 ล้านบาท หรือ 8 แสนเหรียญสหรัฐต่อสาขา รวมเป็นเงิน 72 ล้านบาท ให้ครบภายใน 5 ปี ข้างหน้า
นายปราซูน กล่าวต่อว่า แผนการขยายสาขาร้าน เอาท์แบค สเต็ก เฮ้าส์ ในประเทศไทยสอดคล้องกับแผน 5 ปี ในการขยายสาขาให้ครบ 25 สาขา จาก 8 สาขาในปัจจุบันทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบริษัทได้รับสิทธิบัตรแฟรนไชน์จากบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาให้ดูแลรับผิดชอบในภูมิภาคนี้ โดยขณะนี้ร้านดังกล่าวมีสาขาอยู่ในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ 3 สาขา มาเลเซีย 1 สาขา สิงคโปร์ 1 สาขา อินโดนีเซีย 2 สาขา และจะเปิดใหม่อีก 1 สาขาต้นปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ในธุรกิจอาหารบริษัทยังมีความสนใจที่จะขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังเจรจากับบริษัทแม่ของ เอาท์แบค สเต็ก เฮ้าส์ เพื่อขอลิขสิทธิ์แฟรนไชน์ในการทำตลาดแบรนด์ร้านอาหารอื่นๆ ของบริษัทดังกล่าว เช่น โบนฟิช เป็นต้น แต่หากว่าไม่รับการอนุญาต บริษัทก็มีแผนที่จะขยายแบรนด์เอง หรือ ขอลิขสิทธิ์กับบริษัทอื่นต่อไป







