
บิ๊กโคล่าลุยสร้างโกลบอลแบรนด์
บิ๊กโคล่า เกาะพรีเมียร์ลีกก้าวสู่แบรนด์ระดับโลก เท 300 ล้านบาท สนับสนุน4 สโมสรอีพีแอล
บิ๊กโคล่า เกาะพรีเมียร์ลีกก้าวสู่แบรนด์ระดับโลก เท 300 ล้านบาท สนับสนุน4 สโมสรอีพีแอล
นายฆอร์เก้ โลเปซ โคริก้า ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บิ๊กโคล่า กลุ่มบริษัทอาเจ เปิดเผยว่าบริษัทใช้งบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เซ็นสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลัก กับ 4 สโมสรฟุตบอลอังกฤษ พรีเมียร์ ลีก(อีพีแอล) คือ ทีมสโมสรเอเวอร์ตัน, ทีมสโมสรสโตกซิตี้, ทีมสโมสรเวสต์ บรอมวิช อีลเบียน และทีมสโมสรวีแกน เป็นระยะเวลา 1ปี ซึ่งเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่มีการถ่ายทอดการแข่งขันใน78 ประเทศ และมีผู้ชมมากว่า 70 ครัวเรือน หรือมากกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้า เครื่องดื่มน้ำอัดลม “บิ๊กโคล่า” ก้าวสู่ควาเป็นแบรนด์ระดับโลก(โกลบอล แบรนด์)
ทั้งนี้ แบรนด์ “บิ๊กโคล่า” จะได้รับสิทธิ์การโฆษณาภายในบอร์ด แอลอีดี ในสนามฟุตบอลทั้ง 4 สโมสร พร้อมทั้งได้สิทธิ์ในการใช้ภาพสโมสร และนักฟุตบอล ในการทำกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจร โดยแบรนด์บิ๊กโคล่า จะเริ่มถูกถ่ายทอดผ่านการแข่งขันฟุตบอล อีแอลพี ตั้งแต่เดือนส.ค.นี้ ซึ่งเป็นฤดูกาลใหม่ และจากการที่แบรนด์ บิ๊กโคล่า เข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำตลาดที่สำคัญในการขยายตลาดสู่ประเทศแถบยุโรป อเมริกา รวมถึงเอเชีย และประเทศไทย พร้อมยังเซ็นสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลักให้กับทีมสโมสรบาร์เซโลน่า ในลาตินอเมริกาด้วย
พร้อมกันนี้บริษัทยังได้ผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการทำตลาด(ฮับ ออฟ มาร์เก็ตติง) พร้อมจัดตั้งทีมการตลาดในไทย เพื่อดูแลภูมิภาคเอเชีย เบื้องต้น ประกอบด้วย ไทย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ลาว และกัมพูชา ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 5 เดือนที่ผ่านมา โดยย้ายมาจากสำนักงานใหญ่ที่กรุงเมดริก ประเทศสเปน หลังพบว่าตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในเอเชีย ยังมีศักยภาพเติบโตสูง รวมถึงต้องการหาแรงบันดาลใจใหม่ในการทำตลาดในภูมิภาคนี้ ร่วมกับผู้บริโภค และนักการตลาดท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ “บิ๊กโคล่า” ได้เข้ามาทำตลาดในไทยเป็นแห่งแรกในเอเชีย ตั้งแต่ 5ปี ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันได้ขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ เพื่อสร้างยอดขายรวมเพิ่มขึ้น ที่มาจากประเทศอืนๆ เช่น เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย จากโอกาสกำลังซื้อผู้บริโภคกว่า 180 ล้านคน และกรุงจาร์กาต้า อินโดนีเซีย ที่บริษัทมีแผนขยายทำตลาดไปในทั้ง 6,000 เกาะ รวมทั้ง เวียดนาม ที่เข้าไปทำตลาดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และมีอัตราเติบโต15% จากปัจจุบันบิ๊กโคล่า มีโรงงานในทั้ง 4 ประเทศดังกล่าว
ปัจจุบันแบรนด์บิ๊กโคล่า เป็นตราสินค้าที่อยู่ในใจ(ท็อป ออฟ มายด์)ผู้บริโภคคนกรุงเทพฯสัดส่วน 27% และผู้บริโภคทั่วประเทศ 22% และคิดเป็นสัดส่วน 80% ของจำนวนผู้ดื่มบิ๊กโคล่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นแนวโน้มการเติบโตที่ดีของเครื่องดื่มน้ำดำบิ๊กโคล่าในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญมาก จากจุดแข็งน้ำอัดลมที่ไม่มีส่วนผสมของคาเฟอีน จากแผนดังกล่าว บริษัทคาดว่าในอีก 2-3ปีหน้า บิ๊กโคล่า จะมีสัดส่วนยอดขายในภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ 70% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% โดยทำตลาดใน 20ประเทศทั่วโลก







