
ททท.พร้อมพลิกแผนรับวิกฤตมะกัน
ททท.เฝ้าระวังวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ แต่เชื่อปีนี้ยังโตฉลุย 18% ด้านเฟตตาถกเอกชนท่องเที่ยวรับมือ 15 ส.ค.นี้
ททท.เฝ้าระวังวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ แต่เชื่อปีนี้ยังโตฉลุย 18% ด้านเฟตตาถกเอกชนท่องเที่ยวรับมือ 15 ส.ค.นี้
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและสหรัฐ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้สั่งการให้สำนักงาน ททท.ต่างประเทศ ในสหรัฐทุกแห่ง เฝ้าติดตามสถานการณ์ปัญหาด้านวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐอย่างใกล้ชิด ภายหลังถูกลดอันดับการจ่ายหนี้ลดลง พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวสหรัฐ เพื่อปรับแผนการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ทั้งนี้ มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางช่วงระยะสั้น 3-6 เดือนนี้ เนื่องจากปัญหาการเงินได้เกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐต่อเนื่องมา 2 ปี นับจากปี 2552 แต่นักท่องเที่ยวสหรัฐยังเดินทางตามปกติ โดยเฉพาะยังเลือกมาท่องเที่ยวที่ไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความคุ้มค่าด้านการเงิน
นอกจากนี้ ความหลากหลายด้านสินค้าทางการท่องเที่ยว ทำให้ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายที่คนอเมริกาต้องการเดินทางมาพักผ่อน ดงนนดังนั้น เห็นได้จากยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่างเดือน ม.ค.มิ.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวน 3.4 แสนคน เติบโต 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งในปีนี้คาดว่านักท่องเที่ยวจากสหรัฐจะเดินทางเข้าได้ราว 6-7 แสนคน หรือเติบโต 18.5%
อย่างไรก็ตาม หากในระยะยาวปัญหาดังกล่าวยังไม่ยุติ ททท.เตรียมปรับแผนกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยมุ่งส่งเสริมสนับสนุนนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉาะเจาะจง (นิชมาร์เก็ต) มากขึ้น รวมถึงกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบต่อปัญหาทางเงิน เช่น นักท่องเที่ยวระดับเอบวก
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ในฐานะโฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ สหพันธ์เตรียมหารือร่วมกับสมาชิกทั้ง 17 สมาคม เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยว ที่จะได้รับผลกระทบต่อวิกฤตทางการเงินของสหรัฐ ซึ่งอาจลุกลามมายังโซนยุโรปได้ โดยเชื่อว่าจะส่งผลกระทบด้านจิตวิทยา ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง และส่งผลกระทบต่อระบบรายได้ทางการประเทศของไทย เนื่องจากทั้งสองกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีการใช้จ่ายสูง และวันพักเฉลี่ยยาวนานกว่านักท่อเที่ยวภูมิภาคอื่นๆ
ทั้งนี้ ต้องการให้ ททท. เร่งประสานการทำงานร่วมกับภาคเอกชน สร้างโมเดลปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมวางแนวทางการทำงานรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อรับมือกับปัญหานี้เพื่อให้การพลิกฟื้นการทำงานด้านการตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้







