
ส่งหน่วยกู้ชีพประกบลูกหนี้เอสเอ็มอีจมน้ำ
เอสเอ็มอีแบงก์ส่งทีมลุย ล้างหนี้เน่าลงอีก 2,000 ล้านบาทก่อนสิ้นปี คาดเอ็นพีแอลลดเหลือ 16%
เอสเอ็มอีแบงก์ส่งทีมลุย ล้างหนี้เน่าลงอีก 2,000 ล้านบาทก่อนสิ้นปี คาดเอ็นพีแอลลดเหลือ 16%
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายจะเร่งลดยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในปีนี้ลงจาก 1.7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 19% ของยอดสินเชื่อรวมให้เหลือแค่ 1.5 หมื่นล้านบาท หรือตกประมาณ 16%-17%
นายโสฬส กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปพบลูกค้าที่เป็นเอ็นพีแอลเป็นรายตัวเพื่อประเมินสถานะลูกหนี้ โดยเฉพาะรายที่ยังทำกิจการอยู่ โดยให้เข้าไปดูว่ายังสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้หรือไม่ ถ้ายังทำต่อได้ก็จะส่งทีมพัฒนาผู้ประกอบการเข้าไปช่วยเหลือและจะทำการปรับโครงสร้างหนี้ให้ เช่น ผ่อนเฉพาะเงินต้นหรือลดดอกเบี้ยให้จนกว่ากิจการจะเข้มแข็ง รวมทั้งยังเดินหน้ากระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมามีการส่งฟ้องศาลจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้เวลากว่าจะได้ข้อยุติ
ขณะที่ยอดการขยายสินเชื่อคงค้างของธนาคารในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 อยู่ที่ 9.1 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาทให้ได้ภายในสิ้นปีนี้
“ช่วงปี 2550-2551 ธนาคารเคยมีเอ็นพีแอลมากถึง 2 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ก็ทยอยลดลงเป็นลำดับ จากมาตรการแก้หนี้ที่เข้มข้น ซึ่งต้องยอมรับว่า ธนาคารที่ปล่อยกู้แบบช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่สามารถเลือกแต่รายที่ดีหรือเน้นทำกำไรเหมือนธนาคารพาณิชย์ได้ ซึ่งธนาคารเพื่อการพัฒนาในประเทศอื่นก็มีหนี้เสียที่สูงกว่า 20% กันทั้งนั้น” นายโสฬส กล่าว
นายโสฬส กล่าวอีกว่า ด้านรูปแบบการปล่อยสินเชื่อของธนาคารก็เน้นเรื่องคุณภาพ ไม่มีสินเชื่อปล่อยกู้ตามคำสั่งของนักการเมืองเหมือนในอดีต และมีการใช้เรตติ้งกำกับการปล่อยสินเชื่อ หากลูกหนี้ที่ยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่านการพิจารณาเรตติ้ง จะต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนาคุณภาพลูกหนี้ก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในอนาคต รวมทั้งยังให้เน้นหนักในเรื่องการปล่อยกู้แบบมีหลักประกัน หรือการใช้บุคคลค้ำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น







