
เล็งจับมลพิษรถใช้ก๊าซฯ
ทุ่ม170ล้านซื้อเครื่องมือวัดรองรับมาตรฐานบังคับปี’55
ทุ่ม170ล้านซื้อเครื่องมือวัดรองรับมาตรฐานบังคับปี’55
สมอ.จัดงบ 170 ล้านบาท ซื้อเครื่องมือตรวจจับมลพิษ รถยนต์ใช้พลังงานยูโร 4 และแอลพีจี เอ็นจีวี
นายชัยยง กฤตผลชัย เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ.อยู่ระหว่างการจัดซื้อเครื่องมือในการทดสอบมาตรฐานบังคับการปล่อยมลพิษในรถยนต์ประเภทที่ใช้พลังงานยูโร 4 ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) วงเงิน 170 ล้านบาท
มาตรการดังกล่าว เพื่อรองรับการประกาศมาตรฐานบังคับการปล่อยมลพิษในวันที่ 1 ม.ค. 2555 เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงชนิดดังกล่าว มีปริมาณเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วรวมกันไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคัน เพราะผู้ใช้รถยนต์ต้องการเลี่ยงการใช้น้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นในปัจจุบัน
“ที่ผ่านมามองว่ารถยนต์ที่ใช้แอลพีจีและเอ็นจีวีปล่อยมลพิษต่ำมาก แต่จริงๆ แล้วรถยนต์ประเภทดังกล่าวกลับปล่อยมลพิษสูงเช่นกัน ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งออกมาตรฐานบังคับในการควบคุมการปล่อยไอเสียในรถยนต์เหล่านั้น” นายชัยยง กล่าว
เบื้องต้น สมอ.จะควบคุมรถยนต์ที่ออกสู่ตลาดหลังวันที่ 1 ม.ค. 2555ส่วนรถยนต์ที่ใช้ก่อนหน้านี้ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคัน ก็จะเป็นหน้าที่ของกรมขนส่งทางบกในการควบคุมมาตรฐานเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษต่อไป
นายชัยยง กล่าวว่า ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ สมอ.จะนำร่องในการควบคุมรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้ก๊าซธรรม ชาติอัด (ซีเอ็นจี) ก่อน
ขณะเดียวกัน สมอ.เตรียมเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาการจัดซื้อเครื่องมือทดสอบสินค้ามาตรฐานบังคับในหลายประเภทเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกมาจำหน่ายผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะหากไม่เร่งดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ เชื้อเพลิง สีย้อมผ้า กระจก เป็นต้น
สำหรับในปีงบประมาณ 2555 สมอ. จะขอใช้งบประมาณ 170180 ล้านบาท ในการจัดซื้อเครื่องมือทดสอบเพิ่มเติม เช่น เครื่องมือทดสอบในการกำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และปัจจุบันมีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดในเมืองไทยอย่างมาก เช่น ยางรถยนต์จากจีนที่นำเข้ามาขายในราคาต่ำกว่าราคาซื้อวัตถุดิบยางพารา
นอกจากนี้ยังมีเครื่องทดสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าเกี่ยวกับด้านความปลอดภัยและการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กในส่วนของสินค้าใหม่ๆที่ผู้ประกอบการจะนำมาจำหน่าย และ เครื่องมือทดสอบสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยเฉพาะในส่วนของสีย้อมผ้าที่ปัจจุบันประเทศคู่ค้า เช่น กลุ่มอียู ได้เข้มงวดเกี่ยวกับสีย้อมผ้าเพราะเกรงว่าผู้ผลิตอาจใช้สารเคมีที่เป็นพิษราคาถูกมาย้อมผ้าจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยผู้บริโภค
“ยอมรับว่าในส่วนของผู้ผลิตรายเล็กบางส่วนยังใช้สีเป็นซอง ซึ่งไม่รู้ว่าเอามาจากไหน และเป็นสารเคมีที่เป็นพิษด้วยมาย้อมผ้าเนื่องจากราคาถูก” นายชัยยง กล่าว
ดังนั้น สมอ. จำเป็นต้องเดินหน้าเข้าไปดูแลในส่วนของผลิตภัณฑ์มาตรฐานชุมชน (มผช.) แล้ว และต่อไปจะเป็นมาตรฐานบังคับด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยในสินค้าเครื่องนุ่งห่มของไทย







