
แอลจีหนุนไทยฐานหลักจับอาเซียน
แอลจี ดันไทยตลาดยุทธศาสตร์เครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือนระดับอาเซียน
แอลจี ดันไทยตลาดยุทธศาสตร์เครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือนระดับอาเซียน
ชูสายผลิตสินค้า ‘แอลจี กรีน เฮลธ์ พลัส’ รับกำลังซื้อขาขึ้น หนีเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรปผันผวน
นายชาง-ฮี ฮัน รองประธานบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ ผู้ทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์ แอลจี กล่าวว่า นโยบายการทำตลาดผลิตภัณฑ์แอลจี บริษัทมีแผนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ (สตราติจี มาร์เก็ต) สำคัญในตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ด้านการขาย การตลาด และการผลิต จากปัจจุบันแอลจีมีฐานการผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในอาเซียน 2 แห่ง คือ ประเทศไทยและอินโดนีเซีย หลังจากแอลจีเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคนี้ไม่ต่ำกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
แผนในเบื้องต้นภายใน 1-2 ปีนับจากนี้ แอลจี เตรียมขยายกำลังการผลิตสินค้าหมวดเครื่องซักผ้าเพิ่มขึ้นอีก 20% พร้อมมุ่งให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้า พร้อมเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าหมวดครัวเรือน (เอชเอ) ทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ไมโครเวฟ รวมทั้งหมวดภาพและเสียง (เอวี) โทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี เป็นต้น เพื่อทำตลาดภายในอาเซียน และส่งออกไปตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกาใต้ เป็นต้น
“การเข้ามารุกตลาดเอเชียมากขึ้น หลังเห็นแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจในทุกภาคอุตสาหกรรมมีไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับการเติบโตของแอลจีในตลาดเอเชียอยู่ที่ 30% ในช่วงที่ผ่านมา ด้วยตลาดเอเชียไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากนัก เมื่อเทียบกับตลาดในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่เผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจในขณะนี้” นายฮัน กล่าว
ล่าสุดแอลจี เปิดตัวแคมเปญระดับโลก “แอลจี กรีน เฮลท์ พลัส” สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ต่อเนื่องปีที่ 3 เพื่อรุกตลาดในอาเซียนโดยเฉพาะ เพราะจากผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคเอเชียให้ความสำคัญกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานมากขึ้น เมื่อเทียบกับผู้บริโภคในตลาดตะวันตก ปีที่ผ่านมา แอลจีมียอดขายจากสินค้ากรีน เฮลท์ พลัส เพิ่มขึ้น 60% จากสัดส่วน 23% ของยอดขายรวม คาดว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 30%
แคมเปญฯดังกล่าว ประกอบด้วย ตู้เย็นรุ่นอินเวอร์เตอร์ ลิเนียร์ คอมเพรสเซอร์, เครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่น ซิกส์ โมชัน อิเวอร์เตอร์ ไดเร็ค ไดรฟ์, เตาอบไมโครเวฟรุ่นโซลาร์โดม, เครื่องดูดฝุ่นหัวอัจฉริยะ ซานิ พันช์ และเครื่องปรับอากาศ อินเวอร์เตอร์ วี โฟร์ดี จากเมื่อปี2552 แอลจีมีสัดส่วนสินค้ากลุ่มกรีนราว 16% และปัจจุบันเพิ่มขึ้นมากกว่า 30%
ปัจจุบัน แบรนด์แอลจีเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก โดยครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องซักผ้าเป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่ง 11% ตู้เย็น อันดับ 2 มีส่วนแบ่ง 10% และกลุ่มสมาร์ต โฟน อันดับ 3 โดยในกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศและ ทีวี ติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดโลก ส่วนตลาดในอาเซียนแอลจีมีตลาดสำคัญในประเทศ อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ตามลำดับ







