
หมูแพงแห่กินปลา-ไก่ยอดขายพุ่ง
หมูแพงประชาชนแห่ซื้อปลาสด-เนื้อไก่ไปบริโภคแทน
หมูแพงประชาชนแห่ซื้อปลาสด-เนื้อไก่ไปบริโภคแทน
บรรยากาศขายเนื้อหมูตามเขียงหมูต่างๆ ในตลาดเขตเทศบาลทั่วประเทศซบเซา ขณะที่แผงขายปลาและเนื้อไก่คึกคัก ประชาชนหันซื้อไปบริโภคแทน แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการเข้ม หมูหน้าเขียงขายไม่เกินกิโลกรัมละ 152 บาท ภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือบวก 5 บาท ส่วนภาคใต้บวก 10 บาท ฝ่าฝืนปรับ 5 แสนบาท จำคุก 1 ปี แต่ก็ยังถือว่าราคาแพง
นางศิริรักษ์ วันเต็ม แม่ค้าขายปลาที่ตลาดแลง เทศบาลเมืองเลย จ.เลย เปิดเผยว่า ช่วงนี้ปลาสดจะขายดีเป็นพิเศษหรือมียอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่า จากปกติขายไม่ค่อยดี แต่หลังจากหมูแพง ประชาชนจึงหันมาซื้อไปบริโภคแทน โดยราคาปลานิล จะตกกิโลกรัม 80 บาท ปลาดุกกิโลกรัมละ 65 บาท ซึ่งถูกมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับราคาหมู แม้ว่ารัฐกำหนดเพดานราคาหน้าเขียง
“ตอนนี้ลูกค้าหันมาซื้อปลาสดไปรับประทานอย่างไม่ขาดสาย บางวันต้องรอคิวซื้อเป็นสิบคน ซึ่งลูกค้าแต่ละคนมักบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า หมูแพง เลยต้องซื้อปลาดีกว่า ที่สำคัญมีประโยชน์ด้านโภชนาการมากกว่า และรับประทานแล้วไม่อ้วน” แม่ค้าขายปลา กล่าว
นายทวี อินทรเกสร พ่อค้าขายหมูชำแหละและเนื้อไก่ บริเวณตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิดเผยว่า ยอดขายเนื้อไก่คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากประชาชนชาวไทยและกัมพูชาหันมาซื้อเนื้อไก่ไปบริโภคแทนเนื้อหมูเพราะราคาแพง
นายทวี กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้พ่อค้าแม่ค้าจากกัมพูชา เคยสั่งซื้อเนื้อหมูจากไทยไปส่งขายในกัมพูชา ก็งดสั่งซื้อ เพราะหมูแพงจึงต้องไปสั่งซื้อหมูชำแหละราคาถูกจากเวียดนามแทน แม้หมูเวียดนามจะตัวเล็กและคุณภาพเนื้อสู้เนื้อหมูไทย|ไม่ได้ แต่ราคาขายที่ถูกกว่ากันถึงกิโลกรัมละ 5-10 บาท
นางสมศรี อ่อนทอง แม่ค้าเขียงหมูตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนหันไปซื้อเนื้อไก่บริโภคแทนมากขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายเนื้อไก่รายได้ดีขึ้นมาก ตรงข้ามกับร้ายขายหมู วันๆ แทบขายไม่ได้ ซึ่งช่วงนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของพ่อค้าแม่ค้าขายเนื้อไก่







