
ชงครม.อนุมัติ ผุดท่าเรือสตูล ร่วมรัฐเอกชน
โพสต์ทูเดย์
— กรมเจ้าท่าเตรียมเสนอครม. สร้างท่าเรือปากบารา เลือกร่วมทุนแบบรัฐเอกชนนางวิลาวรรณ ศิริงามเพ็ญ ผู้อำนวยการกองวิชาการและวางแผน กรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ต่อที่ประชุมครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณ โดยจะเป็นการลงทุนในรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี)
สำหรับท่าเทียบเรือดังกล่าวเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเป็นประตูการค้ากับประเทศในทวีปยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญของประเทศไทย
ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กระทรวงคมนาคม กลับไปพิจารณาการพัฒนาท่าเทียบเรือทวาย จ.กาญจนบุรี ด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ครม. ต้องไปตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการใดก่อน
นางวิลาวรรณ ยังกล่าวถึงแผนการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพราะติดกับแนวคูเมืองเก่าและมีโบราณสถานใต้น้ำ
อย่างไรก็ตาม จะต้องหารือถึงพื้นที่การก่อสร้างที่เหมาะสมให้ได้ เพราะปัจจุบันมีความจำเป็นในการพัฒนาท่าเรือชายฝั่งทางภาคใต้ เนื่องจากท่าเรือน้ำลึกสงขลามีการใช้งานจนเกินขีดความสามารถในการรองรับกับความต้องการเพื่อขนส่งสินค้า ซึ่งหากดำเนินการได้จะเป็นประโยชน์ทางการค้าของไทยอย่างมากการพัฒนาท่าเรือชายฝั่งทางด้านใต้ จะช่วยให้การขนส่งสินค้าของไทยมีศักยภาพมากขึ้น เนื่องจากได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ ทำให้ประหยัดเวลาและต้นทุนในการขนส่งสินค้า และช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดแถบเอเซียและตลาดโลกได้
” นางวิลาวรรณ กล่าวอย่างไรก็ตาม ครม.ได้อนุมัติงบกลางปี 2553 เพื่อใช้ดำเนินการโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จ. ตราด จำนวน 259 ล้านบาท และขอผูกพันงบประมาณ ปี 25542555 อีกจำนวน 1,037 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ปี 25532555 ซึ่งสาเหตุที่ต้องของใช้งบกลางเพราะท่าเทียบเรือเดิมของ จ.ตราด ไม่มีมาตรฐานและขาดสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า
สำหรับรายละเอียด จ.ตราด มีสินค้าส่งออกปริมาณมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าในปี 2555 จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งจากการประเมินพบว่า โครงการดังกล่าวจะมีผลการตอบแทนทางเศรษฐกิจ และผลตอบแทนทางการเงินคุ้มค่าต่อการลงทุน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ของไทย ในปี 25502554 ในการพัฒนาท่าเทียบเรือสำหรับการขนส่งชายฝั่งอีกด้วย







