
เอาจริงขายหมูเกินราคาคุก5ปี
ครั้งแรกที่ใช้กฎหมายคุมหมูทั้งระบบหน้าฟาร์ม81บาทเนื้อหมู152บาท
ครั้งแรกที่ใช้กฎหมายคุมหมูทั้งระบบหน้าฟาร์ม81บาทเนื้อหมู152บาท
กกร.ใช้ไม้แข็ง คุมราคาเพดานหมูสูงสุดทั้งระบบ หมูเป็นห้ามเกิน 81 บาทต่อ กก. หมูหน้าเขียง 152 บาทต่อ กก. ส่วนส่งออกต้องได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนคุก 5 ปี
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้กำหนดมาตรการดูแลราคาเนื้อหมูทั้งระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาหมูราคาแพง ได้แก่ มาตรการกำหนดราคาขั้นสูง หรือเพดานราคาสูงสุด ถือเป็นครั้งแรกของการใช้มาตรการกับสินค้าหมู เพื่อควบคุมหมูตลอดสายการตลาด
ทั้งนี้ ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ราคาไม่เกินกิโลกรัม (กก.) ละ 81 บาท ราคาขายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) ไม่เกิน กก.ละ 93 บาท ราคาขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ไม่เกิน กก.ละ 137 บาท และราคาขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ไม่เกิน กก.ละ 152 บาท ส่วนภาคเหนือให้บวกเพิ่มแต่ละขั้น 45 บาท ภาคใต้บวกแต่ละขั้น 610 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พร้อมกันนี้ ยังกำหนดให้มีการปิดป้ายแสดงราคาหมูหน้าฟาร์ม ราคาขายปลีกให้ชัดเจนด้วย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1 หมื่นบาท
สำหรับมาตรการส่งออกหมูไปต่างประเทศ ต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน ส่วนต่างจังหวัดให้ขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนส่งออก หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท จำคุก 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ กำหนดให้ผู้ครอบครองหมูมีชีวิตทุกประเภท ตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป และเนื้อซากหมูเกิน 5 ตัน จะต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเป็นประจำทุก 15 วัน โดยให้แจ้งภายใน 7 วันถัดไปส่วนมาตรการดูแลขนย้าย ได้มีการปรับปรุงให้เข้มงวดมากขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้การขนย้ายหมูน้ำหนัก 80 กก./ตัว ครั้งละ 10 ตัวขึ้นไป จะต้องขออนุญาต เป็นการขนย้ายหมูตั้งแต่ 10 ตัวขึ้นไป โดยไม่กำหนดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นหมูเล็กหมูใหญ่ จะต้องขออนุญาตทั้งหมด เพื่อที่จะดูแลปริมาณหมูทั้งระบบ
นายยรรยง กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะใช้เป็นการชั่วคราว 24 เดือน เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย มีหมูเข้าสู่ตลาดวันละ 4 หมื่นตัว จากปัจจุบันลดเหลือ 3.2 หมื่นตัว ก็จะยกเลิกมาตรการ
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร กล่าวว่า สมาคมฯ เห็นด้วยกับมาตรการควบคุม แต่ขอให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์ทุก 2 เดือนหากพ้นภาวะไม่ปกติให้ปรับไปตามกลไกตลาด ส่วนแนวโน้มราคาหมูน่าจะทรงตัวระดับนี้ อาจจะปรับขึ้นได้อีก หากมีการใช้นโยบายขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท เพราะค่าแรงงานถือเป็นสัดส่วนต้นทุน 5% ของการเลี้ยง
ด้าน น.ส.ชลธิดา แก้วซาว ผู้จัดการร้านสุคนธาหมูกระทะกุ้งกระทะ ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หากราคาเนื้อหมูยังสูงอย่างนี้อีก 6 เดือน คงต้องปรับราคาบุฟเฟต์จากคนละ 195 บาท เป็น 199 บาท
ขณะที่ร้านจำหน่ายของฝากเก่าแก่ชื่อดัง จ.บุรีรัมย์ ร้าน “เลี่ยงฮวด” ได้ขึ้นราคาตามต้นทุนเนื้อหมูเพิ่มกว่า 20% เช่น กุนเชียงมันน้อยกล่องละ 200 บาท เป็น 225 บาท
นายวัชรินทร์ อะธิโมกข์โยธิน เจ้าของร้านบอกว่า หลังปรับราคา ยอดขายลดลงไป 10%ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม กก.ละ 85 บาท ขายส่งหมูชำแหละ กก.ละ 97 บาท ขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง กก.ละ 142 บาท และขายปลีกหมูเนื้อแดง กก.ละ 157 บาท ส่วนภาคใต้ หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม กก.ละ 87 บาท ขายส่งหมูชำแหละ กก.ละ 99 บาท ขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง กก.ละ 147 บาท และขายปลีกหมูเนื้อแดง กก.ละ 162 บาท
ซึ่งอาจอยู่ในช่วง 24 เดือนเท่านั้น แต่เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบเนื้อหมูมีราคาแพง กรมการค้าภายในได้ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ จัดทำหมูธงฟ้าจำหน่ายในราคากก.ละ 120 บาท โดยจะจำหน่ายในตลาดสำคัญๆ และที่ค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ







