
จัตรัสข่าว
ลามิน่าหวังตลาดฟิล์มฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
ลามิน่าหวังตลาดฟิล์มฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
น.ส.จันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ลามิน่า เปิดเผยว่า ตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกหดตัวราว 15% จากผลกระทบของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวม ทำให้ตลาดชะลอตัวอย่างรุนแรง แต่ก็เชื่อว่าหลังจากที่ทุกฝ่ายแก้ปัญหาและเริ่มกลับมาส่งมอบรถตามปกติ จะทำให้ตลาดเติบโตและสามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ โดยเชื่อว่าตลาดฟิล์มกรองแสงในปีนี้น่าจะปิดตัวเลขที่ 1,400 ล้านบาทตามที่คาดการณ์ ขณะที่เป้าหมายรายได้ของบริษัทที่วางไว้ 560 ล้านบาท ก็น่าจะทำได้ตามที่วางไว้ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวฟิล์มกรองแสงดิจิตอลซีทีเอ็กซ์อีก 2 รุ่น เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
‘เจ้าท่า’ เร่งฟื้นฟูสภาพลำน้ำ
นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการฟื้นฟูสภาพลำน้ำ ว่า ขณะนี้กรมเจ้าท่าได้เร่งปักหลักเขตในลำแม่น้ำให้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาพบปัญหารุกล้ำลำแม่น้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันมีการแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดสรรพื้นที่แล้ว จึงทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น ในส่วนโครงการก่อสร้างเขื่อนยกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา กรมเจ้าท่าเตรียมเสนอโครงการดังกล่าวให้ รมว.คมนาคม พิจารณา โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะต้องใช้งบลงทุนประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี ครอบคลุมการสัญจรทางเรือได้ 7 จังหวัด
เกษตรฯ ยันกัน กทม.จากน้ำท่วมเต็มที่
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ให้อธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่รวบรวมปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดมาหารือในที่ประชุม วันจันทร์ที่ 8 ส.ค. ซึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาจะร่วมประชุมด้วย เพื่อวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำในปีนี้ที่คาดว่าจะมีปริมาณมากกว่าปี 2553 ซึ่งจะใช้แนวทางในการตัดยอดน้ำเข้าไปยังทุ่งเจ้าพระยาตะวันตกและตะวันออก เพื่อลดปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาทีอย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมชลฯได้ศึกษาโครงการไก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยการเพิ่มพื้นที่รับน้อ พื้นที่ระบายน้ำออกสู่ทะเลเพิ่มขึ้นทั้งหมดอยู่ในแผนพัฒนาแหล่งน้ำ 60 ล้านไร่วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท แต่ยังไม่มีงบประมาณดำเนินการ
พาณิชย์หนุนตลาดสินค้าอินทรีย์
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกระแสนิยมของผู้บิรโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริโภคสินค้าอินทรีย์ ที่มีความสะอาดปลอดภัยต่อสุขภาพและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยในปี 2553 มีมูลค่าตลาดรวมทั่วโลกสูงถึง 5.49 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดสินค้าอินทรีย์ในประเทศคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 132 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปีนี้ ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์จึงได้จัดงานแสดงสินค้าและบริการอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ขึ้นในระหว่างวันที่ 57 ส.ค. ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์







