posttoday
หมกยุคทองเน็ตบุ๊ก

หมกยุคทองเน็ตบุ๊ก

15 กุมภาพันธ์ 2553

เน็ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก ที่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายปี 2550 และพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ทำให้ในปีที่ผ่านมาโน้ตบุ๊กต้องลดราคาลงมาอย่างหนักเพื่อแข่งกับเน็ตบุ๊ก ทั้งนี้ผลการสำรวจของบริษัท การ์ทเนอร์ พบว่าราคาโน้ตบุ๊กเฉลี่ยเหลืออยู่ที่ 1.71.8 หมื่นบาทเท่านั้น ในขณะที่ราคาของเน็ตบุ๊กจากเดิมที่เคยอยู่ระดับ 1.41.5 หมื่นบาท ก็ถูกลดราคาลงมาเหลือเพียง 1 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น

จึงเป็นคำถามว่า อนาคตของเน็ตบุ๊กจะเป็นอย่างไรต่อไป ยังคุ้มค่าหรือไม่หากจะซื้อมาเป็นเจ้าของ และการใช้งานจะครอบคลุมกับความต้องการเพียงใด

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ตลาดเน็ตบุ๊กมีการเติบโตเพียงเล็กน้อยประมาณ 10% ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับตลาดการแข่งขันทำราคาโน้ตบุ๊กลงมาใกล้เน็ตบุ๊กมากขึ้น ซึ่งผู้ผลิตเองในช่วงแรกก็อาจจะยังมองตลาดไม่ชัดเจนนัก

“เมื่อโน้ตบุ๊กลดราคาลงมา เอเซอร์ก็ทำราคาเน็ตบุ๊กต่ำกว่า 1 หมื่นหมื่นบาท ได้รับผลตอบรับดีมาก เชื่อว่าถ้ามีการเปิดให้บริการ 3จี เน็ตบุ๊กน่าจะทำตลาดได้มากขึ้น”

นอกจากนี้ จากการคาดการณ์ของเอเซอร์ ตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์รวมในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านเครื่อง โดย 50% หรือ 1.5 ล้านเครื่อง จะเป็นโน้ตบุ๊ก คาดว่าในส่วนนี้มีประมาณ 3 แสนเครื่อง เป็นเน็ตบุ๊ก

ธีรวิทย์ แม่นชนะ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าโน้ตบุ๊ก บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด หรือเอชพี กล่าวว่า เน็ตบุ๊กยังมีตลาดอยู่ในส่วนของผู้ที่ต้องการเครื่องที่ 2 หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เน้นใช้งานนอกสถานที่ หรือเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นจึงมีการปรับลดราคาเน็ตบุ๊กลงมาเพื่อให้เหมาะสมกับตลาดมากขึ้น โดยระดับราคาจะต่ำกว่า 1 หมื่นบาท จนถึงหนึ่งหมื่นต้นๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของโน้ตบุ๊กต่อเน็ตบุ๊กอยู่ที่ 90/10 เพราะโน้ตบุ๊กมีสินค้าที่หลากหลายมากกว่า ขณะที่อัตราการเติบโตโน้ตบุ๊กอยู่ที่ 30% ขณะที่เน็ตบุ๊กมีอัตราเติบโต 510% เท่านั้น

ตลาดเน็ตบุ๊กยังไปได้?

ทั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ได้ทำการสำรวจตลาดค้าปลีกหลักคอมพิวเตอร์ ที่พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า โดยแหล่งข่าวผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ช่วงแรกที่มีการเปิดตัวเน็ตบุ๊กเหมือนเป็นกระแสผู้บริโภคนิยมซื้อกันมากจนถึงขั้นของขาดตลาด แต่ในปีที่ผ่านการแข่งขันโน้ตบุ๊กรุนแรงมาก ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการใช้งานที่ครอบคลุมมากกว่า คนก็เริ่มหันมาซื้อโน้ตบุ๊กแทน

“ลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 80% ที่ซื้อเน็ตบุ๊กจะเป็นผู้หญิงมากกว่า เพราะเน้นน้ำหนักเบาและความสวยงามน่ารักของตัวเครื่อง และราคาก็ต่ำกว่า จนช่วงปลายปีเริ่มมีโน้ตบุ๊กที่เอาดีวีดีรอมออกเพื่อลดน้ำหนักลงมาอีก ก็มาดึงตลาดเครื่องเน็ตบุ๊กไปบ้างเหมือนกัน” แหล่งข่าวเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้โน้ตบุ๊กขายดีกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับการนำเสนอของผู้ขายด้วย ที่ต้องถามการใช้งานของลูกค้าและนำเสนอประสิทธิภาพของเครื่อง เพราะราคาโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กแทบไม่แตกต่างกัน

กอปศักดิ์ นุ่มน้อย พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ส่วนตัวใช้งานโน้ตบุ๊กของเอชพี และสมาร์ตโฟนตลอดเวลา เพราะรู้สึกว่าเน็ตบุ๊กมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานมากเกินไป โดยเฉพาะหน้าจอและคีย์บอร์ดขนาดเล็ก เป็นอุปสรรคในการใช้งาน

“ถึงจะดูเหมือนพกพาสะดวก แต่จริงๆ แล้วใช้โน้ตบุ๊กเครื่อง 12 นิ้ว กำลังเหมาะมือมากกว่าเน็ตบุ๊ก”

ขณะที่ เครือวัลย์ ไชยวงศ์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กล่าวว่า เคยแบกโน้ตบุ๊กไปเรียนแล้วปวดไหล่ สุดท้ายเปลี่ยนมาใช้เน็ตบุ๊กของเอเซอร์ สามารถต่ออินเทอร์เน็ต เช็กเมล หาข้อมูล พิมพ์งาน และฟังเพลงได้ ขนาดเล็กพกพาสะดวกและราคาไม่แพง ถือว่าตรงกับความต้องการ

ปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี กล่าวว่า การแบ่งตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ต่อไปจะไม่แยกโน้ตบุ๊กกับเน็ตบุ๊ก เพราะลักษณะการใช้งานเหมือนกัน ต่างกันที่ประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้บริโภคเป็นหลัก

ส่วนแนวโน้มของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ เดสก์ท็อป จะยังมีการเติบโตอยู่แน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดภาครัฐ หน่วยงานราชการและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่เน้นการใช้งานเดสก์ท็อปมากกว่า ยิ่งภาครัฐมีการสนับสนุนงบประมาณไทยเข้มแข็ง ในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาของ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ด้วย สัดส่วนของเดสก์ท็อปจึงอยู่ในระดับที่มาก รวมถึงกลุ่มคอเกมเมอร์ และกราฟฟิกดีไซน์ ที่ต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงเกินกว่าที่โน้ตบุ๊คจะรองรับได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท