posttoday
ส่งออกแห่ใช้สิทธิค้าเสรีคึก

ส่งออกแห่ใช้สิทธิค้าเสรีคึก

05 สิงหาคม 2554

ลดจ่ายภาษีคู่ค้าได้ถึงแสนล้านบาทนำเข้ารับอานิสงส์เฉียด6หมื่นล้าน

ลดจ่ายภาษีคู่ค้าได้ถึงแสนล้านบาทนำเข้ารับอานิสงส์เฉียด6หมื่นล้าน

เอกชนเริ่มตื่นใช้สิทธิประโยชน์เอฟทีเอส่งออก ช่วยลดรายจ่ายภาษีได้ถึงแสนล้านบาท

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ผลศึกษา “การใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าและเครือข่ายการผลิตสินค้าในอาเซียน” เมื่อปี 2553 พบว่าการส่งออกของไทยใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 50.3% ประหยัดภาษีได้ 1 แสนล้านบาท โดยส่งออกไปอาเซียนประหยัดได้มากที่สุด และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ ยานยนต์ อาหาร และพลาสติก

ขณะที่การนำเข้าใช้สิทธิประโยชน์ 49.7% ประหยัดภาษีได้ 5.91 หมื่นล้านบาท โดยนำเข้าจากอาเซียนประหยัดมากที่สุด มีสินค้าที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ ยานยนต์ อาหาร และชิ้นส่วนยานยนต์

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้มีการเกิดเครือข่ายในอาเซียนมากขึ้น จากเดิมที่ไทยพึ่งพากลุ่มประเทศจี 3 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น ซึ่งจากการศึกษาใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายการผลิตในอาเซียน พบว่า ในกลุ่มยานยนต์ และเคมีภัณฑ์/พลาสติก ใช้สินค้าขั้นกลางในอาเซียนมากขึ้น ส่วนกลุ่มสิ่งทอ/เครื่องนุ่งห่ม และอิเล็กทรอนิกส์/เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้น้อยลง

อย่างไรก็ดี ไทยยังพบอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ คือ กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าและกระบวนการใช้สิทธิมีขั้นตอนขอใช้สิทธิยุ่งยาก อีกทั้งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก หากสามารถแก้ไขอุปสรรคเหล่านี้ได้ จะทำให้มีการใช้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก 10-20% และหากลดภาษีให้เป็น 0% ในทุกรายการสินค้า จะทำให้เอกชนหันมาใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นได้ 5%

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องการให้รัฐเร่งเจรจากับอียูเร็วขึ้น แม้ว่าขณะนี้เศรษฐกิจอียูจะแย่ แต่ยังคงเป็นแหล่งสินค้าไฮเทคโนโลยี และสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มของไทย ภายใน 23 ปีนี้น่าจะต้องมีความคืบหน้าและดำเนินการได้แล้ว เพราะไทยจะพึ่งพาตลาดอาเซียนอย่างเดียวไม่ได้

นอกจากนี้ อียูยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตัดสิทธิประโยชน์ การยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าให้กับสินค้าที่ส่งมาจากประเทศที่กำลังพัฒนา (จีเอสพี) กับไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ร่ำรวยขึ้นแล้ว ดังนั้นเป้าหมายต่อไปก็คือการทำเอฟทีเอร่วมกัน

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท โรงงานทอผ้ากรุงเทพ กล่าวว่า ไทยควรหาทางเข้าร่วมความตกลง TransPacific Strategic Economic Partnership หรือทีพีพี มีประเทศสมาชิก 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ บรูไน ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เนื่องจากเป็นกรอบที่สำคัญ เพราะมีประเทศคู่ค้าของไทยเข้าร่วมมาก แต่ไทยตกขบวนไปแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลหาช่องทางเข้าร่วม  

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ