
ปัจจัยที่ต้องตามในเดือน ส.ค.
ภาวะตลาดในเดือน ส.ค.นี้ น่าจะยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่
ภาวะตลาดในเดือน ส.ค.นี้ น่าจะยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่
โดย..กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา
แม้อาจมีการหยุดพักปรับฐานบ้างก็ไม่น่าห่วง
โดยหลังจากหมดข่าวเรื่องผลประกอบการของไตรมาส 2 แล้ว (หลังวันที่ 15 ส.ค.) ข่าวที่จะเข้ามากระตุ้นตลาดหุ้นต่อ นั่นคือข่าวหน้าตาคณะรัฐมนตรี ซึ่งหลายฝ่ายคาดตรงกันว่าหน้าตาน่าจะออกมาดี
นอกจากข่าวหน้าตาคณะรัฐมนตรีแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องนโยบายของรัฐบาลใหม่อีกด้วย เพราะมีทั้งส่งผลดีและผลร้ายในแต่ละภาคธุรกิจแตกต่างกันไป
ส่วนปัญหายุโรป หลังจากมีการสรุปมาตรการช่วยเหลือกรีซรอบสอง ทำให้นักลงทุนเริ่มผ่อนคลายต่อความวิตก ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศกลับมาลงทุนในหุ้นอีกครั้ง
เห็นได้จากเดือน ก.ค. แค่เดือนเดียว ชัดเจนว่านักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิไป +37,870 ล้านบาท ตรงกันข้ามกับเดือน มิ.ย. ก่อนหน้า ที่ขายสุทธิมากถึง 29,033.58 ล้านบาท
ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศตั้งแต่ต้นปีมา มียอดเป็นซื้อสุทธิแล้ว ดูได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์ สะสมแยกตามกลุ่มนักลงทุน ตั้งแต่ต้นปี 1 ม.ค.29 ก.ค. 2554 พบว่า สถาบันในประเทศ ขายสุทธิ –17,197.55 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ +4,282.21 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ +23,193.72 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศขายสุทธิ 10,278.38 ล้านบาท
พูดถึงเรื่องนักลงทุนต่างประเทศแล้วมีสถิติในอดีตมาบอกว่า เดือน ก.ย. เป็นเดือนที่นักลงทุนต่างประเทศมักซื้อสุทธิมากที่สุดของปี
เมื่อเห็นตัวเลขมูลค่าการซื้อขายสะสม แยกตามกลุ่มนักลงทุนปีนี้แล้ว ขอย้อนหลังกลับไปดูข้อมูลปีที่แล้ว พบว่าทั้งปี 2553 สถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 15,199.64 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 448.87 ล้านบาท ต่างประเทศซื้อสุทธิ 81,723.80 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศขายสุทธิ 66,075.30 ล้านบาท
เพื่อตอบคำถามว่าฝรั่งจะซื้ออีกเท่าไหร่ เลยลองยกตัวอย่างมาให้ดูว่า ปีที่แล้วฝรั่งเข้าซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยไป +81,723.80 ล้านบาท ปีนี้อาจไม่ซื้อเท่านี้ หรืออาจมากกว่านี้ก็ไม่ทราบ แต่ขอนำหนังตัวอย่างมาให้ดูแล้วกัน
สำหรับดัชนีเป้าหมายปลายปียังคงอยู่ที่ 1,200 จุด ดังนั้นใครเข้าซื้อตอนนี้อาจถือยาวไม่ได้ ส่วนใครมีหุ้นอยู่ให้ถือรอขาย
สุดท้าย การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง
แถมให้ว่า ที่ผ่านมามีการพูดถึงเครดิตเรตติ้งกันมาก ผมเลยขอนำตารางเรตติ้งของสถาบันจัดอันดับ 3 แห่งมาให้ดู รวมทั้งเรตติ้งของแต่ละประเทศด้วย เพื่อให้ท่านนักลงทุนเป็นข้อมูล พบกันใหม่เดือนหน้า สวัสดีครับ







