posttoday
ผู้ผลิตขานรับแจกแท็บเล็ตขอความชัดเจนสเปก-ราคา

ผู้ผลิตขานรับแจกแท็บเล็ตขอความชัดเจนสเปก-ราคา

05 สิงหาคม 2554

กลายเป็นโครงการที่น่าจะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 จำนวน 8 แสนเครื่อง

กลายเป็นโครงการที่น่าจะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะการแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 จำนวน 8 แสนเครื่อง

ในปีการศึกษาหน้า ดูจะมีผลกระทบในเชิงลบน้อยที่สุดแล้ว ในทางตรงกันข้ามเด็กนักเรียนมีอุปกรณ์ไฮเทคไว้ใช้งานเพื่อการเรียนรู้ และก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ไอที และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ ที่จะหนุนให้เกิดการพัฒนาคอนเทนต์และแอพพลิเคชันใหม่ๆ ทำให้โครงการนี้กลายเป็นที่จับตามองทันที

 

ผู้ผลิตขานรับแจกแท็บเล็ตขอความชัดเจนสเปก-ราคา

แต่คำถามที่ยังค้างคาใจ คือ ด้วยราคาต่อเครื่อง 5,000 บาท จะสามารถผลิตได้หรือไม่ และยิ่งกว่านั้น คุณสมบัติของตัวเครื่องจะมีมากน้อยเพียงใด

บุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เปิดเผยว่า การวางราคาเครื่องไว้ที่ 5,000 บาท เป็นเรื่องยากมากที่จะผลิตให้ได้ อันดับแรกอยากให้ย้อนกลับไปดูว่ารัฐบาลต้องการให้เครื่องแท็บเล็ตทำอะไรได้บ้าง และจะใช้งานคอนเทนต์รูปแบบใด จากนั้นการกำหนดคุณสมบัติและคุณลักษณะจะทำได้ง่ายขึ้น จากนั้นราคาต่อเครื่องก็จะออกมา

ในเบื้องต้นคุณสมบัติอย่างน้อยหน้าจอต้องมีขนาด 7 นิ้วขึ้นไป หน้าจอสีไม่จำเป็นต้องรองรับเอชดี แบบซิงเกิลทัชสกรีน ใช้ระบบแอนดรอยด์ เพราะมีซอฟต์แวร์ฟรีรองรับเป็นจำนวนมาก ง่ายต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆ อาจมีกล้องด้านหน้าหรือไม่มีก็ได้ ใช้แรม หน่วยความจำ และชิปประมวลผลไม่ต้องสูงมากนัก เพื่อลดต้นทุนต่อเครื่องลง

“ตอนนี้ยังบอกได้แค่คร่าวๆ เพราะยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้งานอะไรบ้าง แต่ราคา 5,000 บาท เป็นเรื่องยากแน่นอน เอเซอร์มีการผลิตหลักล้านเครื่องต่อเดือนยังทำระดับราคานี้ได้ลำบาก แม้จะทำได้ก็อาจมีคำถามตามมาอีกว่า ทำไมใช้งานไม่ได้ ทำไมไม่มีฟังก์ชันการทำงาน รวมถึงความคงทนของตัวเครื่อง แต่ถ้าเพิ่มระดับราคาประมาณ 9,000 บาท น่าจะทำให้ได้เครื่องที่มีคุณภาพกว่า” บุญชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรเร่งหาข้อสรุปการใช้งานเพื่อให้ได้งบประมาณที่ชัดเจน โดยคาดว่าในกระบวนการผลิตจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เป็นอย่างน้อย ซึ่งต้องคำนวณให้พอกับช่วงเวลาก่อนเปิดปีการศึกษาหน้า

พรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ยังไม่แน่ใจในวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่จะนำมาใช้งาน แต่ถ้าจะให้ได้ราคา 5,000 บาทต่อเครื่อง และให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสินค้าที่ขายในตลาด รัฐบาลต้องเข้ามาอุดหนุนแน่นอน โดยคุณสมบัติเบื้องต้นให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับเด็ก ขนาดต้องไม่ต่ำกว่า 7 นิ้ว แต่ถ้า 10 นิ้วจะใช้งานได้สะดวกกว่า ไม่จำเป็นต้องมีกล้อง และหน้าจอทัชสกรีนแบบซิงเกิลทัชก็น่าจะเพียงพอ ไม่ต้องรองรับ 3จี เพราะจะใช้เพียงไวไฟ และสุดท้ายแรม หน่วยความจำ และชิปประมวลผลก็ต้องลดลงมาด้วย

สำหรับระยะเวลาในการผลิต เนื่องจากแท็บเล็ตเป็นสินค้าใหม่ ไม่เหมือนโน้ตบุ๊กที่มีการผลิตชิ้นส่วนอยู่แล้ว ทำให้ต้องใช้เวลาในการวางแผนเตรียมการผลิต ต้องเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 3 เดือน และจะต้องมีการจัดส่งเป็นล็อตๆ ไป ไม่ใช่ส่งครั้งเดียวครบทั้งหมด

“เรื่องคุณภาพและบริการหลังการขาย ถ้ารัฐบาลเลือกติดต่อโดยตรงกับโรงงานในจีนหรือที่ไหนก็ตาม มีปัญหาจุกจิกตามมามาก แต่ถ้าผ่านผู้ผลิตที่มีอยู่แล้วจะตัดปัญหาตรงนี้ได้มาก ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องกำหนดทิศทางให้ชัดเจน” พรเทพ กล่าว

ด้านแหล่งข่าวในวงการไอที เปิดเผยว่า นโยบายแจกแท็บเล็ตของรัฐบาลเป็นแนวคิดที่ดีที่จะมอบอุปกรณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียน แต่ต้องเร่งให้มีความชัดเจนโดยเร็ว ทั้งรูปแบบของคอนเทนต์ที่จะใช้งานว่าจะเป็นลักษณะใด มีผลกระทบกับผู้ผลิตหนังสือเรียนหรือไม่ จะหาจุดร่วมตรงนี้อย่างไรให้มีการส่งเสริมระหว่างกัน ซึ่งหากรู้ว่าจะใช้คอนเทนต์อะไรบ้าง จะใช้งานอะไรบ้าง น่าจะทำให้รู้คุณสมบัติคร่าวๆ และกำหนดราคาได้ตรงกับการใช้งานมากกว่าด้วย

ทั้งนี้ หากรัฐบาลกำหนดราคาขั้นต่ำไว้ที่ 5,000 บาท อาจต้องมองหาโรงงานผลิตในประเทศจีน แต่ก็ต้องควบคุมเรื่องคุณภาพในการผลิตให้ดี ซึ่งถือเป็นเรื่องยาก เพราะรัฐบาลต้องเข้าไปดูแลเอง หากเทียบกับการใช้โมเดลของคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาของโรงเรียนที่จัดซื้อผ่านบริษัทที่เป็นตัวกลาง ซึ่งอาจจะราคาสูงกว่า แต่การกระจายอุปกรณ์และการบริการหลังการขายก็ไม่ต้องเป็นห่วง

สำหรับในต่างประเทศมีบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายบริษัท เช่น อินเทล ที่เคยเสนอคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีขนาดระดับ 1 ล้านเครื่อง ในโปรตุเกส บราซิล และกลุ่มประเทศในอเมริกาใต้ โดยที่นำเสนอในต่างประเทศส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องคลาสเมตพีซี ที่มีลักษณะเป็นเน็ตบุ๊ก หน้าจอ 9 นิ้ว มีคีย์บอร์ด แต่ในรูปแบบของแท็บเล็ตที่ราคาประมาณ 5,000 บาท ถือว่าเป็นสิ่งใหม่

ขณะที่ประเทศที่มีการใช้งานแท็บเล็ตแล้ว คือ อินเดีย ที่ผลิตขึ้นโดยโรงงานในประเทศ ขนาด 7 นิ้ว ใช้ระบบแอนดรอยด์ ใช้แรมขนาด 2 กิกะไบต์ และมีหน่วยความจำ 32 กิกะไบต์ พร้อมกล้องด้านหน้า ราคาประมาณ 1,200 บาท และรัฐบาลอุดหนุนมากกว่า 50% ให้นักเรียนซื้อไปใช้งาน 
 

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง