
ผู้ถือหุ้นฟ้อง‘บิ๊กบัวหลวง’
ให้กู้บริษัทหยุดกิจการ450ล้าน แบงก์ยันทำถูกต้องเจอกันที่ศาล
โพสต์ทูเดย์
— ผู้ถือหุ้นฟ้องบอร์ดธนาคารกรุงเทพยกแผง ปล่อยกู้ 450 ล้านบาท โดยมิชอบ พัวพัน “โสภณพนิช”รายงานข่าวจากศาลอาญากรุงเทพใต้ แจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้นายบัณฑูร ชุณหสวัสดิกุล ผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงเทพ ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคณะผู้บริหารธนาคาร ประกอบด้วย นายชาตรี โสภณพนิช นายชาติศิริ โสภณพนิช นายปิติ สิทธิอำนวย นายเดชา ตุลานันท์ นาย วิระ รมยะรูป นายดำรง กฤษณามระ และนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นจำเลยที่ 17 ในข้อหาเป็นกรรมการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของธนาคารกรุงเทพ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยศาลประทับรับฟ้องตามคดีหมายเลขดำที่ 3237/2552
เหตุเกิดเมื่อระหว่างวันที่ 18 ธ.ค.27 ธ.ค. 2538 จำเลยทั้ง 7 ในคดีนี้ ได้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเอง เพื่อบริษัท กาแฟผงไทย เพื่อประโยชน์ของกรรมการบริษัทดังกล่าว และเพื่อบริษัท ไทยคอปเปอร์ อินดัสตรี ที่นายชาตรี และนายชาติศิริ โสภณพนิช และเครือญาติ (นายชาลี โสภณพนิช นางสาวิตี รมยะรูป) เป็นผู้ถือหุ้นอยู่
จำเลยทั้ง 7 คน ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารธนาคารได้มีมติอนุมัติเงินกู้บริษัท กาแฟผงไทย 450 ล้านบาท ทั้งที่ทราบดีว่าบริษัท กาแฟผงไทย ได้หยุดประกอบกิจการ และได้ขายเครื่องจักรและอุปกรณ์ไปตั้งแต่ปี 2535 และมีผลประโยชน์ทับซ้อนรวมถึงเป็นการฝ่าฝืนต่อคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่องการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นได้ว่าจะเรียกคืนไม่ได้
นอกจากนี้ การปล่อยสินเชื่อดังกล่าวไม่ได้มีการทำรายงานเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ว่า บริษัท กาแฟผงไทย จะนำเงินกู้ 450 ล้านบาท ไปใช้เพื่อธุรกิจหรือกิจการใด และผู้กู้จะมีความสามารถชำระหนี้คืนหรือไม่ เป็นการปฏิบัติที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่ระมัดระวังเยี่ยงวิญญูชนที่เป็นกรรมการของธนาคารพึงจะกระทำ
ทั้งนี้ เพราะเมื่ออนุมัติเงินกู้ในวันที่ 27 ธ.ค. 2538 พอวันที่ 28 ธ.ค.ปีเดียวกันแก่บริษัท กาแฟผงไทย ได้เบิกเงินกู้ 450 ล้านบาท และได้โอนเงิน 449.99 ล้านบาท ไปเข้าบัญชีของบริษัท ไทยคอปเปอร์ อินดัสตรี ซึ่งจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการ ต่อมาบริษัท กาแฟผงไทย ได้ผิดนัดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ทำให้ธนาคารกรุงเทพได้ยื่นฟ้องบริษัท กาแฟผงไทย และกรรมการผู้จัดการของบริษัท กาแฟผงไทย คือนายประยุทธ มหากิจศิริ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขดำที่ ย.4439/2542 ซึ่งต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาให้บริษัท กาแฟผงไทย และผู้ค้ำประกันชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเงินต้นตามสัญญาค้ำประกันให้แก่ธนาคารกรุงเทพ รวม เป็นเงิน 581 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 14.5% ต่อมามีการปรับโครงสร้างหนี้ให้และมีการลดดอกเบี้ย ค่าปรับจำนวนมากกว่า 158 ล้านบาท
นายสงคราม สกุลพราหมณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายประนอมหนี้และกฎหมาย ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า คดีนี้ศาลนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ธนาคารขอยืนยันว่าได้ทำการปล่อยกู้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการดำเนินคดีกับลูกหนี้รายนี้ตามขั้นตอนกฎหมาย







