posttoday
เศรษฐกิจต้องมนต์ดํา

เศรษฐกิจต้องมนต์ดํา

15 กุมภาพันธ์ 2553

...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

ผ่านไปเรียบร้อยทั้งวันตรุษจีนและวันแห่งความรัก ซึ่งปีนี้เวียนมาบรรจบตรงกันในวันที่ 14 ก.พ. พอดิบพอดี

ถ้าสถานการณ์ปกติผมเชื่อว่าวันสำคัญทั้งสองนี้น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้มากมาย แต่ปีนี้บรรยากาศค่อนข้างซึมเซา การค้าการขายไม่เซ็งลี้ฮ้ออย่างที่ควรจะเป็น

เหตุหลักมาจากเรื่องเดียว คือ กระแสข่าวการเมืองที่มีแต่เรื่องร้อนแรงทุกวัน วันๆ มีแต่ข่าวร้ายที่ไม่เป็นมงคลต่อสังคมและเศรษฐกิจ สื่อต่างๆ ก็ช่างทำหน้าที่ดีเหลือหลาย ช่วยกันนำเสนอข่าวสารที่ชวนปวดหัวให้ทุกวี่ทุกวัน ไม่อยากรู้ก็ได้รู้ ไม่อยากฟังก็ต้องฟัง เรียกว่าเสพข่าวร้ายกันจนเอียน ไม่ต่างกับคนต้องมนต์ดำเลยล่ะครับ

เทศกาลดีๆ แทนที่เศรษฐกิจรวมจะได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับลดทอนไปอย่างน่าเสียดาย

คนที่น่าเห็นใจมากๆ ไม่ใช่ประชาชนคนซื้อของ แต่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยที่หวังว่าจะอาศัยช่วงเทศกาลดังๆ ช่วยเพิ่มยอดขายหารายได้มาจุนเจือช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีได้บ้าง

ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมรัฐบาลถึงปล่อยให้บรรยากาศของบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพคุกรุ่นและเครียดแบบนี้ น่าจะหากลยุทธ์หรือวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งทำให้เกิดการเบี่ยง หรือลดหรือกลบกระแสบรรยากาศอันอึมครึมเช่นทุกวันนี้ให้ผ่อนคลายลงบ้าง

จะทำโครงการหรือกิจกรรมใหญ่ๆ อะไรก็ได้ที่เป็นการดึงผู้คนจำนวนมากๆ ให้หันมาสนใจหรือเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ ใหม่ๆ มาทดแทนสิ่งที่กำลังเป็นอยู่

ถ้ามีอยู่แล้วก็รีบเข็นออกมาโดยเร็ว แต่ถ้ายังไม่มีไอเดียก็ต้องรีบระดมสมองช่วยกันคิดไวๆ

ทำได้โดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญของชาติ...อย่างปีที่แล้วยังมีกิจกรรมที่ให้ประชาชนร้องเพลงชาติไทยตอนหกโมงเย็น ใครนินทาว่าไม่เข้าท่า แต่ผมถือว่าดีกว่าไม่ทำอะไรเลย อย่างน้อยประชาชนทุกจังหวัดยังมีเรื่องที่จะทำร่วมกันสักอย่าง

การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่งใหญ่บนถนนราชดำเนิน ก็ทำได้ดี กลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมีความสุขใจได้มากมาย

แต่ช่วงต้นปีมานี้ยังไม่มีอะไรจากรัฐบาลออกมาลดกระแสข่าว...กุมภาพันธ์เดือนอันตราย

โครงการดีๆ หรือกิจกรรมเด่นๆ เป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะดึงความสนใจของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ...ยังไม่ชัดเจน

เท่าที่ได้ได้ยินมามีเพียงกระทรวงการคลังกำลังทำโครงการ...สายรัดข้อมือสีชมพูทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...ซึ่งจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 16 ก.พ.นี้ คุณกรณ์ จาติกวาณิช รมว.คลัง เป็นการจัดทำต่อเนื่องจากการจัดงานเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นกระทรวงการคลังทำมาจำหน่ายนิดเดียว เที่ยวนี้จะทำเพิ่มออกมาจำหน่ายผ่านธนาคารรัฐทั้งหมด รายละเอียดเอาไว้รอการแถลงข่าว

แม้เป็นกิจกรรมที่ไม่แปลกใหม่ แต่ก็ถือว่าท่านรัฐมนตรีคลังท่านนี้มีความตั้งใจและความพยายามที่ดี เป็นกิจกรรมที่ประชาชนคนไทยอยากมีส่วนรวม

ถ้ารณรงค์ถึงๆ สามารถทำให้คนทั้งประเทศใส่สายรัดข้อมือสีชมพูเป็นล้านคน แล้วนัดรวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อพ่อหลวง ก็ถือว่าช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับสังคมได้อย่างมากมาย

นับเป็นกิจกรรมนำร่องช่วยลดความคุกรุ่นของบ้านเมืองไปได้พอสมควร กระทรวงอื่นๆ ควรขยับตัวกันบ้างนะครับ

เอาล่ะ...ไหนๆ กระทรวงการคลังก็ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำแล้ว ด้วยความที่กระทรวงนี้มีธนาคารอยู่ในมือจำนวนมาก ถ้านับรวมสาขาทั้งหมดก็มากกว่า 3,000 แห่ง

นอกจากจะทำโครงการสายรัดข้อมือสีชมพูให้ธนาคารช่วยขายแล้ว ผมอยากเสนอให้ทำโครงการต่อเนื่องเพิ่มเติม คือ โครงการ...สมุดออมทรัพย์และบัตรเอทีเอ็มสีชมพู... โดยออกแบบเป็นการเฉพาะที่ดูดีมีค่าควรแก่การเก็บสะสม

ทำสักล้านเล่มให้ประชาชนร่วมกันเปิดบัญชีเก็บไว้เป็นมงคลชีวิตของครอบครัว

รณรงค์แรงๆ สอนให้คนไทยรู้จักการออมเงินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง กระตุ้นให้พ่อแม่พาลูกจูงหลานไปเปิดบัญชีนี้กันครอบครัวละเล่ม

ไม่รู้ไอเดียจะเข้าท่าหรือไม่ ก็ถือซะว่าคอลัมน์เล็กๆ นี้ได้พยายามช่วยคิดช่วยทำเท่าที่สติปัญญาพึงจะมีแล้ว

ฝากให้รัฐบาลเป็นการบ้านข้อใหญ่ บรรยากาศของประเทศในยามนี้ขืนปล่อยไปตามยถากรรม...ประชาชนคนหาเช้ากินค่ำและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยตาดำๆ จะประสาทกินกันทั้งบ้านทั้งเมือง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี