
กสทฯปรามดีแทคให้บริการ3จีไม่ได้
กสทฯ ปรามดีแทค รออัยการสูงสุดตีความก่อนให้บริการ 3 จีเอชเอสพีเอ หวั่นผิดกฎหมาย
กสทฯ ปรามดีแทค รออัยการสูงสุดตีความก่อนให้บริการ 3 จีเอชเอสพีเอ หวั่นผิดกฎหมาย
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ต้องการให้ทางบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ทบทวนแผนการให้บริการ 3 จีเอชสเอพีเอ ที่เตรียมเปิดให้กับลูกค้าทั่วไปในวันที่ 15 ส.ค.นี้ เนื่องจากทางสำนักงานอัยการสูงสุด ยังไม่ได้ตอบกลับมาว่าดีแทคสามารถให้บริการได้จริง และทางกสทฯยังไม่ได้อนุมัติให้ดีแทคดำเนินการได้
การที่กสทฯ ยังไม่ได้อนุมัติให้ดีแทคดำเนินการได้ ไม่ได้ต้องการชะลอหรือให้ดีแทคเสียเปรียบรายอื่น แต่ต้องการให้ดีแทครอความชัดเจนทางกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่าทางัยการสูงสุดจะสรุปความเห็นได้ภายในเดือนนี้ จึงไม่ต้องการให้ดีแทครีบเร่งเปิดให้บริการแล้วเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
“ทุกอย่างตอนนี้กำลังเป็นไปในทางบวก คือ ถ้ากสทฯ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับดีแทค เพียงแต่ต้องการความชัดเจน ดังยั้น จะคุยกับทาคุณจอน(เอ็ดดี้ อับดุลลาห์) ว่าควรรอความเห็นจากอัยการสูงสุดก่อน” นายจิรายุทธกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นาย จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทคได้ประกาศว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีหนังสือถึงดีแทคเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ระบุชัดเจนว่าดีแทคสามารถให้บริการ 3 จีเอชเอสพีเอได้ภายใต้สัมปทาน โดยไม่ต้องรอให้ทางคณะกรรมการ หรือ บอร์ด กสทฯ อนุมัติ
เบื้องต้น ดีแทคได้รับอนุมัติจำนวน 240 สถานี จากที่ได้ติดตั้งไปแล้ว 400 สถานีในกทม.และปริมณฑล และอยู่ระหว่างการทยอยขออนุญาตให้ครบ 1,220 สถานี ตามที่ได้เคยเสนอแผนการให้บริการกับทางบอร์ด กสทฯ ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งได้ทดลองเปิดให้บริการกับพนักงานกว่า 6,000 คนเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา
นอกจากการติดตั้ง 1,220 สถานีแล้ว ที่ใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาท ดีแทคยังได้รับอนุมัติงบเพิ่มเติมอีก 800 ล้านบาท รวม 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีฐานเพิ่มเป็น 2,220 สถานีทั่วประเทศ
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ทั้งกสทฯ และ ทีโอที ต้องชัดเจนในเรื่องการให้บริการ 3 จีเอชเอสพีเอว่าทำได้จริง เพราะหากพิจารณาตามสัญญาสัมปทานนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก สัญญากำหนดเพียงการพัฒนาเปลี่ยนเทคโนโลยีจากเอ็นเอ็มที มาเป็นดิจิตอล แต่ไม่รวมบริการใหม่ๆที่ทำกันมาทั้ง จีพีอาร์เอส เอดจ์ และเอชเอสพีเอ ดังนั้น บริการที่เกิดขึ้นนั้นจึงเข้าข่ายผิดสัมปทาน







