
ขึ้นบัญชีวัตถุมีพิษคุมนำเข้าแร่ใยหิน
จัดแร่ใยหินไครโซไทล์เข้าบัญชีวัตถุอันตราย ต้องขออนุญาตส่งออกนำเข้า
จัดแร่ใยหินไครโซไทล์เข้าบัญชีวัตถุอันตราย ต้องขออนุญาตส่งออกนำเข้า
นายยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (ต้องขออนุญาตในการนำเข้า ผลิต และจำหน่าย) โดยกระทรวงอุตสาห กรรมได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาไปศึกษาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับความจำเป็นและความพร้อมในแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำแผนลดและเลิกใช้ให้ชัดเจนและเหมาะสม ให้ผู้ผลิตและประชาชนมีเวลาปรับตัว
ขณะนี้อยู่ระหว่างว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อศึกษาสินค้า 5 ผลิตภัณฑ์ ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องยาง เบรก คลัตช์ และท่อน้ำ เพราะสินค้าบางตัวยังไม่มีเทคโนโลยีและวัตถุอื่นทดแทนได้ รวมทั้งดูผลกระทบโดยรวมของผู้ผลิตและประชาชนที่ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ด้วย คาดว่าภายใน 6 เดือนน่าจะมีกรอบที่ชัดเจนว่าจะยกเลิกใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์อย่างไร
เหตุผลที่ต้องศึกษาให้รอบคอบ เนื่องจากเอกชนบางรายเพิ่งลงทุนผลิตสินค้าเมื่อ 34 ปีที่แล้ว การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรไปใช้สารทดแทนต้องลงทุนเพิ่มกว่า 10% จากมูลค่าเงินลงทุนเดิม ไม่รวมการนำเข้าสารทดแทน
สำหรับในอนาคต หากจะให้เลิกใช้สินค้าที่มีแร่ใยหินไครโซไทล์เป็นส่วนประกอบต้องใช้กฎหมาย 4 ฉบับประกาศควบคู่กัน คือ 1.พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 32 (2) ว่าด้วยห้ามใช้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุดิบในการผลิต 2.พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ที่กำหนดให้ผู้ผลิต นำเข้าส่งออก และครอบครอง จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อน 3.พ.ร.บ.ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ 4.พ.ร.บ.นำเข้าว่าด้วยสินค้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรของกระทรวงพาณิชย์







