
หุ้นเช้า4ส.ค.ปิดบวก1.73จุด
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งกรอบแคบ ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1135.19 จุดบวด 1.73 จุดมูลค่าซื้อขาย 14,798.29 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งกรอบแคบ ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1135.19 จุดบวด 1.73 จุดมูลค่าซื้อขาย 14,798.29 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยเช้าวันที่ 4 ส.ค. เคลื่อนไหวในกรอบแคบ สลับกันทั้งในแดนบวกและลบ โดยนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ ขณะที่ตลาดคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ(FED)จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งเร็วๆนี้ โดยดัชนีหุ้นไท12:37 4/8/255ยเช้านี้ปิดตลาดที่ระดับ 1135.19 จุด เพิ่มขึ้น 1.73 จุด หรือ 0.15% มีมูลค่าการซื้อขาย 14,798.29 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
KBANK ปิดที่ 137 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 564.31 ล้านบาท
SCB ปิดที่ 124 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 550.58 ล้านบาท
SAMART ปิดที่ 10.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 5.10% มูลค่าการซื้อขาย 546.59 ล้านบาท
JAS ปิดที่ 3.18 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 544.80 ล้านบาท
ADVANC ปิดที่ 119.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.42% มูลค่าการซื้อขาย 477.57 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป(ประเทศไทย) มองว่า ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบ เป็นการพักตัวเพื่อรอปัจจัยใหม่ ขณะที่ความวิตกกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐดูผ่อนคลายลงในระยะสั้น หลังอดีตรอง ประธานเฟด(FED)เผยเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงทางลงก็ยังคงอยู่กับปัญหาเรื่องหนี้สินของยุโรป ซึ่งจะเป็นตัวจำกัดกรอบการฟื้นตัว ส่วนปัจจัยการเมืองยังทรงตัวอิงทางบวกกับความคาดหวังเรื่องการฟอร์มรัฐบาลใหม่ และควรจับตากระแสเงินลงทุนต่างชาติใกล้ชิดหลังแรงซื้อเริ่มแผ่วและกลับมาขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นวันแรกในรอบ 14 วันทำการ จำนวน 32 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ในระยะสั้นควรเน้นในลักษณะ Selective trading ไปก่อน โดยเลือกหุ้นที่คาดการณ์การรายงานผลประกอบการน่าประทับใจในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูประกาศงบไตรมาส 2/2554 รวมถึงหุ้นที่คาดจะมีการประกาศเงินปันผลระหว่างกาลในเกณฑ์ดีเป็นหลัก โดยดัชนีมีแนวต้าน 1140-1145 จุด มีแนวรับ 1125-1120 จุด







