posttoday
สั่งแร่ใยหินต้องขออนุญาตส่งออก-นำเข้า

สั่งแร่ใยหินต้องขออนุญาตส่งออก-นำเข้า

03 สิงหาคม 2554

คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องขออนุญาตส่งออก-นำเข้า

คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องขออนุญาตส่งออก-นำเข้า

นายยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3(ต้องขออนุญาตในการนำเข้า ผลิตและจำหน่าย) โดยกระทรวงอุตสากรรมได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาไปศึกษาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับความจำเป็นและความพร้อมในแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำแผนลดและเลิกใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ให้ชัดเจนและเหมาะสม และให้ผู้ผลิต และประชาชนมีระยะเวลาในการเตรียมการและปรับตัว

ขณะนี้อยู่ระหว่างการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อศึกษาสินค้า 5 ผลิตภัณฑ์ ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องยาง เบรก คลัช และท่อน้ำ เพราะสินค้าบางตัวยังไม่มีเทคโนโยลีและวัตถุอื่นทดแทนได้ รวมทั้งดูผลกระทบโดยรวมของผู้ผลิต และประชาชนที่ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ด้วย โดยคาดว่าภายในระยะเวลา 6 เดือนก็น่าจะมีกรอบที่ชัดเจนออกมาว่าจะยกเลิกการใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างไร

การที่ต้องศึกษาให้รอบคอบนั้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการบางรายพึ่งลงทุนผลิตสินค้าไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพื่อผลิตสินค้าที่ใช้สารทดแทน ต้องลงทุนเพิ่มเติมกว่า 10% ของวงเงินลงทุนทั้งหมด ไม่รวมการนำเข้าสารทดแทน ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย  จึงต้องศึกษาในรอบด้าน

"ที่ประชุมได้ทบทวนการควบคุมแร่ใยหินไครโซไทล์แล้วมีความเห็นว่ายังไม่ควรควบคุมแร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่4ทันที แต่ควรเตรียมการว่าจะมีแผนลดละเลิกได้อย่างไรให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อทุกฝ่ายได้ โดยต้องเริ่มส่งสัญญาณว่าอนาคตจะไม่มีใช้แล้ว”นายยงยุทธ กล่าว

ทั้งนี้ หากจะให้เลิกใช้สินค้าที่มีแร่ใยหินไครโซไทล์เป็นส่วนประกอบนั้น จะต้องใช้กฎหมาย 4 ฉบับในการประกาศควบคู่กันคือ 1.พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา32(2)ว่าด้วยห้ามใช้แร่ใยหินไครโซไทล์เป็นวัตถุดิบในการผลิต 2.พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ที่กำหนดให้ผู้ผลิต นำเข้าส่งออกและครอบครองจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อน

3.พ.ร.บ.ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)และ4. พ.ร.บ.นำเข้าว่าด้วยสินค้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกับกรณีการห้ามผลิตและจำหน่ายตู้เย็นและตู่แช่ที่มีสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (ซีเอฟซี) ที่เป็นตัวก่อภาวะเรือนกระจก เพื่อให้ผู้ประกอบการสบายใจว่า ถ้าห้ามใช้แล้วจะไม่ถูกสินค้าราคาถูกเข้ามาตีตลาด

อย่างไรก็ตาม สถิติการนำเข้า ผลิตและจำหน่ายแร่ใยหินไครโซไทล์ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้นำเข้าและผลิตรวมกันประมาณ 1,000 รายและมีสินค้าที่มีแร่ใยหินไครโซไทล์เป็นส่วนประกอบประมาณ 2,000 รายการ โดยสินค้ากลุ่มกระเบื้องมีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบมากสุดถึง 80-90%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ