
ชงฟื้นกองทุนร่วมลงทุน
สสว.เตรียมฟื้นกองทุนร่วมลงทุนเสนอรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งลงทุนของเอสเอ็มอี
สสว.เตรียมฟื้นกองทุนร่วมลงทุนเสนอรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งลงทุนของเอสเอ็มอี
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยภายในการประชุมชี้แจงแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555-2559 ว่า สสว.เตรียมจะนำเสนอแนวทางการใช้กองทุนร่วมลงทุนของสสว. ต่อรัฐบาลใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยจะมีการปรับปรุงรูปแบบการร่วมลงทุนใหม่ให้เหมาะสมมากขึ้น จากรูปแบบเดิมที่เคยมีปัญหา ซึ่งทางสสว.อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการร่วมลงทุนที่ประสบความเสร็จจากประเทศเกาหลี
ทั้งนี้ รูปแบบการร่วมลงทุนจะดำเนินการในลักษณะสสว.จะไปร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ และเข้าไปร่วมลงทุนกับผู้ผลิตขนาดเล็ก เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายการผลิตที่เข้มแข็ง และดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาช่วย เช่น สสว.ไปร่วมกับบริษัทที่มีความสามารถในการออกแบบเสื้อผ้า และเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้า เป็นต้น ส่วนการร่วมลงทุนแบบเดิมจะนำไปศึกษาข้อดี และข้อเสีย และนำมาปรับปรุงใหม่ เพื่อให้การร่วมลงทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด
"เครื่องมือนี้จะเป็นส่วนช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย และไม่ต้องเผชิญกับภาวะดอกเบี้ยสูง สามารถแก้ไขสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้ โดยสสว.จะคัดเลือกการร่วมลงทุนมาขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเหมือนในช่วงที่ผ่านมา"นายยุทธศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ปัญหาเก่าที่ค้างอยู่ คือ มีบริษัทที่เข้าร่วมลงทุนต้องการออกจากสัญญาการร่วมทุนก่อนกำหนด โดยร้อนเรียนให้สสว.ถอนหุ้นออกไปก่อนหมดสัญญา และขอให้ยกเว้นการจ่ายค่าตอบแทนบางส่วนจากสัญญาที่กำหนดไว้ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้สสว. 8% จากราคาหุ้นนั้น ทุกอย่างก็ต้องดำเนินการ และพิจารณาตามสัญญาที่กำหนดไว้
นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555-2559 มีหลายส่วนที่ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ของรัฐบาล เช่น การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอท็อป การเพิ่มเป้าหมายการสร้างผู้ประกอบการใหม่จาก 3,000-4,000 ราย ต่อเดือนเป็น 5,000 รายต่อเดือน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการกองทุนตั้งตัวของรัฐบาล โดยหากรัฐบาลมีวงเงินเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ จะทำให้ผู้ประกอบการเกิดใหม่ได้เร็ว โดยสสว.ก็เตรียมจะฟื้นโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ขึ้นมาเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ภายในแผนการดำเนินงานดังกล่าวได้ปรับการใช้งบประมาณใหม่ โดยโครงการภายใต้แผนใหม่นี้จะสามารถขอใช้งบประมาณเกิน 12 เดือนได้ ซึ่งจะใช้กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้ามาดูแล แทนการใช้งบโดยตรงจากภาครัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของแต่ละโครงการให้มีความต่อเนื่อง และเป็นโครงการระยะยาวมากขึ้น จากเดิมที่ต้องขอใช้งบ 12 เดือน ซึ่งอาจจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพราะคาดว่ากว่ารัฐบาลจะพิจารณางบประมาณใหม่คงต้องใช้เวลา







