
ยันไม่โยกแอร์พอร์ตลิงก์ให้เอกชนทำ
ปลัดกระทรวงคมนาคมยันเดินหน้า"แอร์พอร์ตลิงก์"เองไม่โยกกิจการให้เอกชนย้ำต้องหาวิธีเพิ่มรายได้โดยขึ้นค่าโดยสาร
ปลัดกระทรวงคมนาคมยันเดินหน้า"แอร์พอร์ตลิงก์"เองไม่โยกกิจการให้เอกชนย้ำต้องหาวิธีเพิ่มรายได้โดยขึ้นค่าโดยสาร
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงคมนาคมยังคงให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เดินหน้าบริหารโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ต่อโดยไม่หยุดกิจการ และไม่โยกกิจการให้บริษัท เอกชนเข้ามาเป็นผู้บริหาร เนื่องจากการให้บริการระบบขนส่งมวลชนนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ หากจะให้โครงการนี้ถึงจุดคุ้มทุนเร็วโดยการเพิ่มค่าโดยฃสารนั้นจะยิ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะต้องหาวิธีเพิ่มรายได้ให้กับโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ เช่น หารายได้จากค่าเช่าพื้นที่ หรือหารายได้จากป้ายโฆษณา โดยไม่ต้องเพิ่มค่าโดยสาร
"โครงการแอร์พอร์ตลิงก์เจ๊งนั้นพิจารณาจากพื้นฐานอะไร เพราะปัจจุบันโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายซิตี้ไลน์ 4 หมื่นคนต่อวัน มีการให้บริการเดือนละ 1 ล้านกว่าคน ขณะที่รถไฟฟ้าสายเอ็กซ์เพรสนั้น มีผู้ใช้บริการ 2,000 กว่าคนต่อวัน ซึ่งไหนช่วง 1 ปีแรกไม่มีโครงการรถไฟฟ้าที่ไหนมีกำไร อย่างโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็ต้องใช้เวลา ขณะที่แอร์พอร์ตลิงก์ต้องใช้เวลา 5 ปี จึงจะเริ่มถึงจุดคุ้มทุน"นายสุพจน์ กล่าว
อย่างไรก็ตามหากมีการจ้างบริษัท เอกชนเข้ามาบริหารโครงการแอร์พอร์ตลิงก์นั้น จะมีค่าบริหารจัดการสูงกว่าเดิม 2-3 เท่าตัว แต่ถ้าเป็นรูปแบบการให้สัมปทาน ช่วงเวลาต่อภาครัฐต่อสัญญาจะมีปัญหา ซึ่งอาจจะต้องมีแนวคิดใหม่ๆ เข้ามาบริหารในอนาคต แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ในเป้าหมายหลักคือ ยึดความสะดวกสบาย ของประชาชนเป็นหลัก
"ที่ผ่านมาโครงการแอร์พอร์ตลิงก์มีการออกแบบไว้ 10 ปี จึงไม่ได้เตรียมระบบที่จะให้มีการเชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวก แต่ที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุง เช่น ปัจจุบันมีการต่อเชื่อมแล้วบริหารสถานีพญาไท มีการเตรียมเรื่องสถานที่จอดรถ ขณะนี้กำลังจัดทำระบบบันไดเลื่อนกระเป๋า บริเวณ สถานีพญาไท ราชปรารภ และรามคำแหง และในปี 2555 จะทำอีกที่สถานี หัวหมาก ลาดกระบังและ ทับช้าง หากจะทำได้ครบ 100% จะต้องรอดูงบประมาณ"นายสุพจน์กล่าว
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. (แอร์พอร์ตลิงก์) ได้ออกมาตรการจูงใจโดยขยายการเดินรถไฟฟ้าด่วนขบวน เอ็กซ์เพรสไลน์ ไปถึงพญาไทจากเดิม มักกะสัน- สุวรรณภูมิ มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 1,600 คนต่อวัน ส่วนรถไฟฟ้าธรรมดา (ซิตี้ ไลน์) นั้น มีผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 -3.7 หมื่นคนต่อวัน
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ร.ฟ.ท.ได้ให้หามาตรการจูงใจเพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในช่วงเวลา 09.00-15.00 น. โดยเฉพาะขบวนซิตี้ ไลน์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ใช้บริการน้อย ซึ่งขณะนี้ฝ่ายการตลาดได้สำรวจกลุ่มเป้าหมายเพื่อจัดทำโปรโมชั่นลดค่าโดยสารที่เหมาะสม คาดว่าจะสรุปภายใน 30 วันและเสนอบอร์ดพิจารณาได้ในการประชุมครั้งต่อไป
สำหรับแผนดำเนินงานแอร์พอร์ตลิงก์ตั้งเป้าว่าในปี 2554 จำนวนผู้โดยสารซิตี้ ไลน์ เฉลี่ยที่ 4 หมื่นคนต่อวัน และเอ็กซ์เพรสไลน์ เฉลี่ย 2,200 คนต่อวัน โดยมีรายได้จากค่าโดยสารรวมประมาณ 44-45 ล้านบาทต่อเดือนหรือประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเชื่อว่ารายได้จะยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี ส่วนปี 2555 นอกจากจำนวนผู้โดยสารจะเติบโตขึ้นแล้ว จะมีรายได้เพิ่มจาก สัมปทานเชิงพาณิชย์ในส่วนของพื้นที่สถานีและโฆษณาอีกประมาณ 150 ล้านบาท







