
บางกอกแอร์เวย์ส ปรับแผนดึงลูกค้าไทย ดันยอดชายทะลุ1.06หมื่นล้านบาท
ช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยคุกรุ่น ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจฝั่งยุโรปและอเมริกาถดถอย ทำให้หลายธุรกิจปรับกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับตลาดภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินที่มีปัจจัยการแข่งขันรอบทิศทาง ทั้งการเปิดตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ที่ได้เข้ามาสร้างกระแสการเดินทางทางอากาศให้คนไทยเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา
ช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยคุกรุ่น ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจฝั่งยุโรปและอเมริกาถดถอย ทำให้หลายธุรกิจปรับกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับตลาดภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินที่มีปัจจัยการแข่งขันรอบทิศทาง ทั้งการเปิดตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ที่ได้เข้ามาสร้างกระแสการเดินทางทางอากาศให้คนไทยเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา
ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ภาพลักษณ์การใช้บริการสายการบินที่เข้าถึงยากเปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกับ บริษัท การบินกรุงเทพ ผู้ให้บริการสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส สายการบินที่ประกาศตัวพร้อมปรับโฉมเป็นบูทิก แอร์ไลน์ ทันทีที่การแข่งขันระเบิดขึ้น โดย พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า แผนกลยุทธ์ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าคนไทยสัดส่วน 30% ต่างชาติ 70% เทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีลูกค้าคนไทยเฉลี่ย 20% เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาวิกฤตทางการเมืองภายในประเทศ สภาวะเศรษฐกิจยุโรปถดถอย ทำให้กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของสายการบินกว่า 90% ลดลง
ทั้งนี้ บริษัทต้องการกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ โดยกลยุทธ์ที่ให้บริการจะเน้นจำหน่ายตั๋วโดยสารที่มีราคาใกล้เคียงกับตัวโลว์คอสต์แอร์ไลน์ แต่ลูกค้าจะได้รับบริการแบบบูทิก แอร์ไลน์ ที่ครบวงจร ซึ่งบริษัทได้เดินหน้าโฆษณาประชาสัมพันธ์ตอกย้ำแบรนด์ สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องให้เห็นถึงความคุ้มค่าที่ได้รับ
“บางช่วงเวลา บางเส้นทางราคาตั๋วของบางกอกแอร์เวย์ส อาจถูกกว่าโลว์คอสต์ แต่บริษัทจะเน้นเพิ่มมูลค่าของการเดินทางผ่านการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย เช่น ซื้อ 2 ที่นั่งรวมกับห้องพักราคาพิเศษ หรือแถม 1 คืน เป็นต้น โดยมองว่าช่วงครึ่งปีหลัง สงครามราคาในธุรกิจการบินจะมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลไกตลาดจะขึ้นอยู่กับดีมานด์-ซัพพลาย เป็นตัวตั้งราคาตั๋ว” พุฒิพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมจัดรายการส่งเสริมการขายช่วงครึ่งปีหลัง อีก 2 แคมเปญ เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวคนไทย ซึ่งเส้นทางที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สมุย ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งบริษัทมีแผนเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน เช่น กทม.-ภูเก็ต จำนวน 6 เที่ยวบิน เป็น 8 เที่ยวบิน ฯลฯ เพื่อรองรับความต้องการและจำนวนฝูงบินที่เตรียมนำเข้ามาอีก 3 ลำ ในช่วง 2 ปีข้างหน้า โดยทยอยเข้ามาลำแรกในเดือน พ.ย.นี้ และเดือน ก.พ.ปี 2555 อีก 1 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินแอร์บัสรุ่น เอ 319 ความจุ 144 ที่นั่ง และลำที่ 3 ในเดือน ต.ค.ปีหน้า เป็นเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ความจุ 162 ที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทได้ใช้งบประมาณจำนวน 50 ล้านบาท เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ My Love my Traveller ผ่านสื่อครบวงจร 360 องศา ตอกย้ำแบรนด์สายการบินรวมถึงภาพลักษณ์การใช้บริการของคนไทย ผ่านสายการบินบูทิก แอร์ไลน์ ตั้งแต่การบริการเช็กอิน การขึ้นเครื่อง
พุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการขยายเส้นทางการบินภายในประเทศ จะเน้นการเปิดเส้นทางภูมิภาคและจังหวัดรอง โดยไม่บินเข้าท่าอากาศยานภูมิภาค เช่น เส้นทางเชียงใหม่-สมุย ภูเก็ต-สมุย-ตราด และกรุงเทพ-สุโขทัย-ลำปาง เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้โดยสาร ซึ่งในอนาคตบริษัทจะศึกษาเส้นทางในลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย
ด้านเส้นทางระหว่างประเทศได้ร่วมมือกับพันธมิตรสายการบินเปิดโค้ดแชร์ที่นั่ง เช่น สายการบินฟินน์แอร์ สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ฯลฯ สำหรับการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารต่างชาติในการสำรองที่นั่ง โดยแผนตารางการบินฤดูร้อนปีหน้า บริษัทเตรียมเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ สมุยกัวลาลัมเปอร์ ด้วยเครื่องแอร์บัส เอ 319 สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน ก่อนขยายเพิ่มเป็นวันละ 1 เที่ยวบิน
สำหรับผลประกอบการระหว่างเดือน ม.ค.มิ.ย. บริษัทมีรายได้ 5,200 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 1.06 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาเติบโต 29% ซึ่งมีรายได้รวม 8,300 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากการเพิ่มเที่ยวบินและเปิดเส้นทางการบินใหม่ โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากตลาดคนไทย 20% ต่างชาติ 80% โดยในปีนี้ตั้งเป้าขนผู้โดยสาร 3.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาขนผู้โดยสาร 2.6 ล้านคน
พุฒิพงศ์ กล่าวว่า บริษัทต้องการให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวการบินให้เป็นรูปธรรม รวมถึงปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ บริษัทยังให้ความสนใจที่จะเสนอตัวในการบริหารจัดการสนามบินต่างจังหวัดของกรมการบิน แต่จะรอนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐก่อนการเสนอแนวทาง
การปรับตัวของ บางกอกแอร์เวย์ส ครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมการบินของไทยดุเดือดขึ้นอีกครั้งในเวลาอันใกล้แน่นอน







