posttoday
‘ทิสโก้’ยันหุ้นจีนวิ่ง

‘ทิสโก้’ยันหุ้นจีนวิ่ง

02 สิงหาคม 2554

ออกกองทุนชูเสี่ยงต่ำเงินต้นอยู่ครบเชื่อเงินเฟ้อคลายโอกาสกำไร15%

ออกกองทุนชูเสี่ยงต่ำเงินต้นอยู่ครบเชื่อเงินเฟ้อคลายโอกาสกำไร15%

บลจ.ทิสโก้ ส่งกองทุนไชน่า ลิ้งค์ ฟันด์ 4 ชูความเสี่ยงต่ำ ได้เงินต้นครบ ลุ้นรับผลตอบแทนจากดัชนีฮั่งเส็งวิ่งฉลุยหลังคลายกังวลเงินเฟ้อ

นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า ลิ้งค์ ฟันด์ 4 ระหว่างวันที่ 1–8 ส.ค. 2554 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท อายุ 1 ปี 6 เดือน ลงทุนขั้นต่ำ 2 หมื่นบาท

กองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนสตรัคเจอร์ฟันด์ที่ป้องกันความเสี่ยงในขาลงเอาไว้ แต่เปิดโอกาสหากำไรในขาขึ้นแบบไม่จำกัดด้วยกลไกการทำงานของกองทุนจะแบ่งการลงทุนเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความมั่นคงสูงประมาณ 90% ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรวมทั้งหุ้นกู้คุณภาพดีที่มีอันดับเรตติ้งตั้งแต่ A- ขึ้นไป เพื่อให้เงินส่วนนี้เติบโตเป็น 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเมื่อครบอายุลงทุน

ส่วนที่ 2 จะลงทุนในออปชันที่อ้างอิงกับดัชนี Hang Seng China Enterprise (HSCEI) ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบริษัทชั้นนำในประเทศจีนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนเมื่อมีผลตอบแทนเป็นบวก หากดัชนีติดลบผลตอบแทนจะเท่ากับศูนย์และจะคำนวณผลตอบแทนทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุการลงทุน ดังนั้นโอกาสที่จะขาดทุนจึงแทบไม่มี และจากการทดสอบย้อนหลังพบว่ากองทุนนี้มีโอกาสจะให้ผลตอบแทนได้ประมาณ 15%

“บริษัทเคยออกกองทุนไชน่า ลิ้งค์ ฟันด์ มาแล้ว 3 กองทุน ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย4-7% มีเพียงกอง 3 ที่ไม่ได้รับผลตอบแทน เพราะเป็นช่วงก่อนที่เลห์แมน บราเธอร์สจะล้ม” นายธีรนาถ กล่าว แต่ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าด้วยกลไกการลงทุนดังกล่าวนักลงทุนก็ไม่ได้สูญเสียเงินต้นไปแต่ประการใดในตอนนั้น กองทุนนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนที่คุ้นเคยกับการลงทุนในตราสารหนี้อยู่แล้วเพราะเป็นกลุ่มที่ต้องการความมั่นคงของเงินต้นอีกทั้งยังมีโอกาสลุ้นผลตอบแทนที่ดีกว่าด้วย รวมทั้งยังเหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้นเช่นเดียวกัน เพราะในแง่ของผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นโดยปกติที่มองกันก็ควรจะได้ในระดับ 15% กองทุนนี้ก็มีโอกาสในแง่ของผลตอบแทนในระดับดังกล่าวได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีหลังนี้ บริษัทจะออกกองทุนลักษณะนี้อีก 4 กอง เน้นหุ้นเป็นสินทรัพย์อ้างอิง โดยเฉพาะหุ้นเอเชีย

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทยังให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นจีน แม้ที่ผ่านมานักลงทุนกังวลปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ 6.4% แต่คาดว่าจากมาตรการภาครัฐ ราคาสินค้าเกษตรและโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลงจะทำให้เงินเฟ้อจีนเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวลงช่วงกลางปีถึงปลายไตรมาส 3 นี้

“ตลาดหุ้นจีนยังน่าสนใจมากที่สุดเป็นอันดับ 1 นอกจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งแล้วดัชนีหุ้น HSCEI ยังถูก ซื้อขายในระดับสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) เพียง 8-9 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 14 เท่าและปัจจุบันเป็นตลาดหุ้นที่ถูกที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากเกาหลีใต้” นายสาห์รัช กล่าว

นอกจากนี้ ตลาดคาดการณ์โอกาสในขาขึ้นของหุ้นจีนในปี 2555 อยู่ที่ 50%จากระดับปัจจุบัน หากเงินเฟ้อผ่อนคลายและเศรษฐกิจขยายตัวตามคาด ก็จะทำให้หุ้นจีนปรับตัวขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นไทย บริษัทยังคงเป้าดัชนีที่ระดับ 1,200 จุดและปัจจุบันคงเหลือโอกาสขาขึ้นอีกไม่มาก ขณะที่ตลาดหุ้นจีนคงมีความน่าสนใจกว่า เพราะนักลงทุนเชื่อมั่นว่าหากสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายโอกาสที่หุ้นจีนจะปรับตัวขึ้นในระดับ 50% หลังดัชนีอยู่ระดับต่ำมานาน ขณะที่หุ้นไทยเป็นตลาดให้ผลตอบแทนสูงสุดตลาดหนึ่งของเอเชียมานาน 3 ปีติดต่อกันแล้ว และปัจจุบันซื้อขายเท่ากับพี/อี ตลาดหุ้นเอเชียแล้ว ซึ่งหากมองการเติบโตในระดับปกติในปี 2555 ดัชนีน่าจะอยู่ระดับ 1,300 จุดเศษ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท