posttoday
ตั้งโรงงานก.ค.เหลือ4ราย

ตั้งโรงงานก.ค.เหลือ4ราย

01 สิงหาคม 2554

หล่นวูบ14เท่าจากก.ค.ปีก่อนนักลงทุนหวั่นค่าจ้าง300บาท

หล่นวูบ14เท่าจากก.ค.ปีก่อนนักลงทุนหวั่นค่าจ้าง300บาท

ยอดตั้งโรงงานเดือน ก.ค.วูบเหลือ 4 ราย มูลค่า 209 ล้านบาท ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ เหตุผู้ประกอบการกังวลต้นทุนพุ่ง

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาห กรรม เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. 2554 มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพียง 4 ราย มูลค่าลงทุน 209 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 14 เท่าตัว ที่มีจำนวนโรงงาน 338 ราย มูลค่าการลงทุน 3.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ มีสาเหตุจากนักลงทุนกังวลกับนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ เพราะจะทำให้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกที่มีค่าจ้างขั้นต่ำสูงเป็นอันดับ 1 ของเอเชียทันที รวมถึงนโยบายขึ้นเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีใหม่ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงและหลายรายต้องรอนโยบายช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลใหม่อีกครั้ง

“ยอมรับว่าโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการวงเงิน 209 ล้านบาท อยู่ในระดับที่ต่ำมาก จากปกติที่กรมฯ อนุญาตเฉลี่ยเดือนละ 1 หมื่นล้านบาท หรือแม้เฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกในเดือน เม.ย. 2552 ยังมีมูลค่าอนุญาตให้ประกอบกิจการกว่า 4,000 ล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผย

ทั้งนี้ ในภาพรวมของโรงงานอุตสาหกรรมพบว่า ในช่วงครึ่งปีแรกมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งแล้ว 1,882 ราย วงเงินลงทุนกว่า 1.26 แสนล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.9 หมื่นล้านบาท แต่ในครึ่งหลังของปีจนถึงปี 2555 แนวโน้มการจัดตั้งโรงงานใหม่อาจลดลงจากการขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดด รวมถึงการขาดแคลนแรงงานฝีมือ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการหันไปลงทุนซื้อเครื่องจักรมากกว่าการตั้งโรงงานใหม่

สำหรับสถิติยอดการอนุมัติโรงงานให้ประกอบกิจการ 6 เดือนแรกของปี 2554 ประกอบด้วย เดือน ม.ค.อยู่ที่ 4.34 หมื่นล้านบาท เดือน ก.พ.อยู่ที่ 9,489 ล้านบาท เดือน มี.ค.อยู่ที่ 2.21 หมื่นล้านบาท เดือน เม.ย.อยู่ที่ 1.78 หมื่นล้านบาท เดือน พ.ค.อยู่ที่ 2.39 หมื่นล้านบาท และ เดือน มิ.ย.อยู่ที่ 9,633 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 300 บาทต่อวัน โดยจะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา เช่น การตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยให้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลดภาระต้นทุน

นอกจากนี้ ยังมุ่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ในการช่วยเอกชนพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพคุ้มกับค่าจ้างและมาตรการลดหย่อนภาษี เป็นต้น เนื่องจากขีดความสามารถแข่งขันแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมมีไม่เท่ากัน

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ