
คลัง-กลต.รับเสรีอาเซียน
คลังก.ล.ต. จ่อปรับโครงสร้างภาษี กฎเกณฑ์ รับเปิดเสรี อ้าแขนรับบริษัทต่างประเทศเข้าตลาดหุ้นไทย
คลังก.ล.ต. จ่อปรับโครงสร้างภาษี กฎเกณฑ์ รับเปิดเสรี อ้าแขนรับบริษัทต่างประเทศเข้าตลาดหุ้นไทย
นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างภาษีทั้งระบบ เพื่อให้สอดรับกับการเปิดเสรีธุรกิจและเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเรื่องแรกที่น่าจะดำเนินการได้ คือ การลดภาษีนิติบุคคลจากอัตรา 30% เหลือ 23%
“สาเหตุที่สามารถลดภาษีนิติบุคคลได้เร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีตัวเร่งจากการเปิดเสรีที่จะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจและสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ด้วย และไม่กังวลว่ารายได้จะหายไป หากเอกชนมีความสามารถแข่งขันและมีประสิทธิภาพในการขยายธุรกิจ สุดท้ายรัฐก็จัดเก็บภาษีได้ดีขึ้น” นางจิตรมณี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาษีที่เกี่ยวกับการพัฒนาตลาดทุน ทางกรมกำลังหารือกับทางตลาดหลักทรัพย์ว่ามีภาษีอะไรที่เป็นอุปสรรคบ้าง ส่วนเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นของบริษัทต่างประเทศที่จะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยนั้นก็หารือกันอยู่ แต่ก็พบปัญหาว่าหากมีการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น จะใช้ราคาหุ้น ณ เวลาใดในการคำนวณหักภาษีปันผล ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์จะต้องไปศึกษาและพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบด้วย เพราะราคาหุ้นไม่แน่นอนมีขึ้นมีลง ดังนั้นต้องมีเกณฑ์ราคาหุ้นที่เหมาะสม และเมื่อประกาศออกมาแล้วจะต้องใช้เป็นมาตรฐานต่อไป
นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.เองก็กำลังพิจารณาว่าจะมีกฎเกณฑ์อะไรบ้างที่จะต้องเปลี่ยนแปลงและแก้ไขเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัจจุบันกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต.ยังไม่ได้เปิดรับให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งหากจะดำเนินการต้องเขียนกฎเปิดรับขึ้นใหม่ แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบและละเอียด ซึ่ง ก.ล.ต.ก็จะต้องมีหน้าที่ในการดูแลนักลงทุนไทยด้วย เพราะการที่บริษัทต่างประเทศไทยเข้ามาจดทะเบียนในไทย นักลงทุนจะมีความรู้จักธุรกิจของบริษัทเหล่านั้นมากน้อยแค่ไหนด้วย ในกรณีที่ภาคตลาดทุนมีความต้องการให้ตลาดหุ้นไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินและศูนย์กลางระดมทุนให้กับธุรกิจและบริษัทในภูมิภาคอินโดจีนด้วยการเสนอขายหุ้นโดยตรงในตลาดหุ้น







