
สสปน.เล็งดันไทยเป็นศูนย์กลางไมซ์ในภูมิภาคเอชีย
สสปน.รุก 3 กลยุทธ์หลัก เพิ่มลักชัวรี่ ไมซ์ ดันไทยเป็นศูนย์กลางไมซ์ในภูมิภาคเอชียปี 2559 รับเปิดเสรีอาเซียน คาดรายได้กว่า 1.3 แสนล้านบาท นักท่องเที่ยว 1.4 ล้านคน
สสปน.รุก 3 กลยุทธ์หลัก เพิ่มลักชัวรี่ ไมซ์ ดันไทยเป็นศูนย์กลางไมซ์ในภูมิภาคเอชียปี 2559 รับเปิดเสรีอาเซียน คาดรายได้กว่า 1.3 แสนล้านบาท นักท่องเที่ยว 1.4 ล้านคน
นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สสปน. เปิดเผยว่า สสปน.เตรียมเสนอแผนแม่บทระยะยาวเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2555-2559 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง(ฮับ) อุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคเอเชียในปี 2559 จากปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับที่ 4 รองจากประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง ตามลำดับ รวมถึงสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมเฉลี่ยปีละ 15-20%
นอกจากนี้เป้าหมายการผลักดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น 15-20% ต่อปี เพิ่มรายจ่ายต่อคนปีละ 5% โดยคาดว่าในปี 2555 จะมีกลุ่มตลาดไมซ์ต่างชาติเดินทางเข้าไทยราว 8 แสนคน สร้างรายได้ 7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2559 นักท่องเที่ยวตลาดไมซ์จะเพิ่มเป็น 1.4 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียน 1.3-1.4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้เป้าหมายดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การรักษาฐานตลาดเดิม พร้อมขยายฐานลูกค้าตลาดใหม่ 2 การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสถานที่แห่งแรกที่นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการและ 3 การพัฒนาสถานที่การจัดงาน โครงสร้างพื้นฐาน ขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างด้านการบริการที่ดีกับคู่แข่ง
“การระดมความคิดเห็นร่วมกับภาคเอกชนในครั้งนี้ ต่างมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่ดีเหนือคู่แข่ง แต่รัฐบาลต้องมีนโยบายการผลักดันที่ชัดเจนและต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่บ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเดินทางได้ เพราะธุรกิจไมซ์ต้องใช้ความเชื่อมั่นจูงใจให้เกิดการตัดสินใจเดินทางมา”นายอรรคพล กล่าว
อย่างไรก็ตามสสปน.จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายจ่ายในการเดินทางมาประเทศไทย โดยปัจจุบันกลุ่มไมซ์ใช้จ่ายเฉลี่ย 8.4 หมื่นบาท/ทริป ระยะวันพัก 4-5 วัน โดยในปีหน้าคาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มเป็น 9 หมื่นบาท/ทริป ระยะเวลาการพักเท่าเดิม
สำหรับความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิล์ด เอ็กซ์ โปร 2020 ภาคเอกชนมีความกังวลใจเรื่องงบประมาณที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุน โดยได้เสนอแนวคิดการจัดตั้งกองทุนสำรองขึ้น กรณีที่รัฐบาลไม่มีงบการโฆษณาประชาสัมัพันธ์ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณปี 2555 ได้ทันปีงบประมาณใหม่เดือนต.ค.นี้ คาดว่าอาจทำให้แผนการสนับสนุนงานต่างๆของสสปน.สะดุดหลายโครงการ
นายอรรคพล กล่าวว่า สสปน.เตรียมเสนองบประมาณปี 2555 จำนวน 1,600 ล้านบาท จากเดิมได้รับการพิจารณาเบื้องต้น 1,016 ล้านบาท เนื่องจากต้องการผลักดันให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพงานเวิล์ค เอ็กซ์โปรฯลฯ ผ่านงบประมาณจำนวน 300 ล้านบาท ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด







