
ไฟแนนซ์ทูเดย์
ได้ข่าวว่าผู้ประกอบการโวยวายเรื่องที่ขอสินเชื่อในโครงการโลจิสติกส์กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง
ได้ข่าวว่าผู้ประกอบการโวยวายเรื่องที่ขอสินเชื่อในโครงการโลจิสติกส์กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินให้ปล่อยกู้ 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2554 แยกเป็นสินเชื่อโลจิสติกส์ 1,500 ล้านบาท และสินเชื่อแฟรนไชส์อีก 500 ล้านบาท ที่ได้รับแรงสนับสนุนจาก อลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ให้ผ่านมติ ครม.
...แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ ยังไม่มีผู้ประกอบการแม้แต่รายเดียวที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ ทั้งๆ ที่เอสเอ็มอีแบงก์เซ็นอนุมัติวงเงินครบตามจำนวนหมดแล้ว
ผู้ประกอบการที่เชื่อว่ามีไม่น้อยกว่า 500 คน ยังเท้งเต้งเบิกเงินไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับการค้ำประกันตามขั้นตอนของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ที่ยังพิรี้พิไรกับขั้นตอนการลงนามในสัญญา ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมาเกือบ 3 เดือน จนเอสเอ็มอีบางรายที่รอสภาพคล่องก็คงต้องปิดกิจการไปแล้ว เพราะทนรอไม่ไหว
ตกลงงานนี้เอสเอ็มอีแบงก์หรือ บสย.กันแน่ที่ฆ่าเอสเอ็มอี
...วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธอส. ลุยทำงานผ่าน 6 เดือนแรกได้แบบน่าจับตาแม้จะฮืดขึ้นคอก็ตาม เพราะสามารถผ่ากระแสเรื่องถูกปัดแข้งปัดขา และยังลุยออกโครงการที่สำคัญๆ ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง เช่น เรื่องสร้างบ้านด้วยเพลง โครงการบ้าน 0% นาน 2 ปี และออกผลิตภัณฑ์ระดมเงินฝากอีกหลายตัว ซึ่งคนใกล้ชิดเท่านั้นที่จะรู้เคล็ดลับส่วนตั๊วส่วนตัวของการสร้างพลังในการทำงานนอกจากการออกกำลังกายแล้ว วรวิทย์ ยังต้องเข้านอนตอน 4 ทุ่มตรงเวลาเป๊ะไม่มีเถลไถล ฮ่าๆๆ
...ปิดท้ายที่เรื่องของนักการเมืองมืออาชีพ ที่ได้เข้ามานั่งในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง ซึ่งที่ผ่านมาดูเห็นจะมี พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล รมช.คลัง สมัยของ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ที่มีมาดทั้งเจ้าพ่อและนักเศรษฐศาสตร์ในคนเดียวกัน ถือว่ามีฝีไม้ลายมือในการบริหารนโยบายการคลังชั้นเยี่ยมท่านหนึ่ง คนต่อมาต้องยกให้กับ มั่น พัธโนทัย รมช.คลัง คนปัจจุบัน แม้ฝีไม้ลายมือด้านการบริหารจะไม่เท่า แต่ความเก๊าไม่เป็นลอง เพราะ มั่น ทิ้งประโยคทองในงานเลี้ยงอำลาตำแหน่งว่า “ทหารตายได้ครั้งเดียว แต่นักการเมืองตายได้หลายครั้ง”







