posttoday
ลงทุนหดแต่ว่างงานลด

ลงทุนหดแต่ว่างงานลด

29 กรกฎาคม 2554

ธปท.ระบุศก.ดีแห่รับคนงาน อุตฯชี้ลงทุนมูลค่าหายแสนล.

ธปท.ระบุศก.ดีแห่รับคนงาน อุตฯชี้ลงทุนมูลค่าหายแสนล.

ธปท.เผยอัตราการว่างงานเดือน มิ.ย. ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 0.5%

นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการขยายตัวได้ในระดับที่ดีของเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราการว่างงานหลังปรับฤดูกาลมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เดือน มิ.ย. ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 0.5% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากเดือน พ.ค. อยู่ที่ระดับ 0.6% และเดือน มี.ค. อยู่ที่ระดับ 0.7% ซึ่งเป็นผลมาจากภาคธุรกิจมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เริ่มมีภาวะการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานในภาคธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดีขึ้นเพราะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจขยายตัวดีในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ดัชนีความยากง่ายในการหาแรงงาน ในเดือนพ.ค.ยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลงมาอยู่ที่ระดับ 36.0 จากระดับ 38.3 ในเดือนเม.ย.ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่ระดับ 50 ซึ่งสะท้อนภาวะการขาดแคลนแรงงานในเศรษฐกิจไทยยังคงมีอยู่ ซึ่งตลาดแรงงานที่ตึงตัวนี้ยังส่งผลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไป และเมื่อบวกกับแรงกดดันจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจน ยังส่งผลให้การคาดการณ์เงินเฟ้อ ของภาคเอกชน และประชาชนปรับเพิ่มขึ้นข่อนข้างมาก ทำให้ธปท.จำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลเงินเฟ้อมากขึ้น โดยต้องดูแลไม่ให้มีการคาดการณ์เงินเฟ้อสูงกว่าที่ควรจะเป็น

นายทรงธรรม กล่าวว่า การพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในระยะข้างหน้า ธปท.ไม่ได้พิจารณาจากปัจจัยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในปัจจุบันติดลบเพียงอย่างเดียว แต่จะดูข้อมูลทางเศรษฐกิจอื่นๆ ประกอบด้วย อาทิ แรงกดดันอัตราเงินเฟ้อ การคาดการณ์เงินเฟ้อ ภาวะอุปสงค์และอุปทาน ของทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจ ร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งการพิจารณาดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลงอัตราเท่าไรต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

นายนริศ กล่าวว่า นโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน ของรัฐบาลใหม่ จากตัวเลขขณะนี้พบว่ามีแรงงาน 5.4 ล้านคน ที่ได้ค่าแรงไม่ถึง 300 บาทต่อวัน หากมีการปรับขึ้น จะมีผลทำให้การบริโภคของภาคเเอกชนเพิ่มขึ้น 2%

แม้การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น แต่นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.ได้ปรับประมาณการการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมใหม่ โดยจีดีพีอุตสาหกรรมปรับลดลงที่ 3.5-4.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 5.5-6.5% ทำให้มูลค่าหายไป 1 แสนล้านบาท จากมูลค่ารวม 4 ล้านล้านบาท ที่ลดลงก็เพราะเดิมเพิ่มจากฐานที่ต่ำ แต่ขณะนี้จะเติบโตใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ด้านดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมทั้งปีจะขยายตัวเหลือ 2-3% จากเดิม 6-8% และอัตราการใช้กำลังการผลิตทั้งปีลดลงเหลือ 62-64% จาก 64-66% ซึ่งเป็นการคาดการณ์ภายใต้ราคาน้ำมันดิบ 104.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปี 30.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐเนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อภาคอุตสาหกรรมหลายด้าน ได้แก่ ปัญหาเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.คาดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2554 ขยายตัวได้ 3.6% มากกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 3% สาเหตุสำคัญมาจากมูลค่าการส่งออกที่ขยายตัว 19.4% และการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยถึง 4.4 ล้านคน สินเชื่อยังขยายตัวได้ดี 14% และรายได้เกษตรกรที่โต 6%

สำหรับเศรษฐกิจที่เหลือครึ่งปี 2554 จะขยายตัวได้มากกว่า 5% และทั้งปีขยายตัวได้ 45% ต่อปี โดยเศรษฐกิจยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจต่างประเทศของสหรัฐและยุโรป หากแก้ไขได้ดีก็จะส่งผลดีกับการส่งออกของไทย

นายนริศ กล่าวว่า นโยบายขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวันของรัฐบาลใหม่ จากตัวเลขขณะนี้พบว่ามีแรงงาน 5.4 ล้านคน ที่ได้ค่าจ้างไม่ถึง 300 บาทต่อวัน หากมีการปรับขึ้นจะมีผลทำให้การบริโภคของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 2%

สำหรับผลกระทบเรื่องเงินเฟ้อมากน้อยขนาดไหน ต้องดูภาพรวมของนโยบายรัฐทั้งหมดอีกครั้งว่าจะดำเนินการนโยบายส่วนไหนบ้าง เพราะมีหลายปัจจัยที่กระทบทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น

นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะต่ออายุมาตรการการดูแลค่าครองชีพ แต่แนวทางการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำและแผนการใช้จ่ายของภาครัฐในระยะข้างหน้าอาจเพิ่มแรงกดดันด้านราคาและส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น การขึ้นค่าจ้างยังเป็นหนึ่งในปัญหาต้นทุนของผู้ประกอบการที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น และการขึ้นราคาขายก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคอุตสาหกรรมขึ้นอีก 3 บาทต่อกิโลกรัม

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล