
ธนชาตปรับกลยุทธ์หวังขายกองทุนยกตะกร้า
บลจ.ธนชาต จัดพอร์ตป้อนนักลงทุนตามระดับความเสี่ยง เข็นเอยูเอ็มแตะ 1 แสนล้านบาทในสิ้นปี ประกาศปีหน้าพร้อมลุย
บลจ.ธนชาต จัดพอร์ตป้อนนักลงทุนตามระดับความเสี่ยง เข็นเอยูเอ็มแตะ 1 แสนล้านบาทในสิ้นปี ประกาศปีหน้าพร้อมลุย
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต กล่าวว่า บลจ.ธนชาต ปรับกลยุทธ์การตลาดโดยการนำกองทุนรวมภายใต้การบริหารมาจัดพอร์ตลงทุนทั้งหมด 18 รูปแบบ ตามระดับความสามารถในการรับความเสี่ยง โดยในพอร์ตแต่ละแบบจะมีการลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในประเทศ ต่างประเทศ และทองคำ
“หลังจากที่เรามีกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์หลักครบทุกประเภทแล้ว จึงนำกลยุทธ์นี้มาใช้ และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้นักลงทุนที่จะลงทุนในกองทุนรวมต้องทำแบบประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยง เพราะฉะนั้นเมื่อนักลงทุนรู้ระดับการยอมรับความเสี่ยงของตัวเองแล้วก็สามารถเลือกพอร์ตลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเองได้ทันที แทนที่จะแนะนำให้ลูกค้าซื้อเป็นรายกองทุนแบบเดิม” นายบุญชัย กล่าว
นอกจากนี้ บลจ.ธนชาต จะให้คำแนะนำในการปรับน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ในแต่ละช่วง
“การลงทุนที่มีการแบ่งสัดส่วนการลงทุนแบบนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาในการติดตามสถานการณ์การลงทุน โดยที่พอร์ตลงทุนควรมีสินทรัพย์หลายประเภทคละกัน แต่อย่าคาดหวังผลตอบแทนที่ดีที่สุด แต่ที่แน่ๆ คือ ผลตอบแทนจะไม่แย่ที่สุด” นายบุญชัย กล่าว
นายบุญชัย ยังกล่าวอีกว่า ในครึ่งแรกของปี 2554 สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของ บลจ.ธนชาต ปรับลดลง 2.2% มาอยู่ที่ 9.15 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ระดมเงินฝาก โดยการให้ดอกเบี้ยสูง ขณะที่กองทุนตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงไม่สามารถจูงใจนักลงทุนให้ลงทุนต่อเนื่องได้
“สิ้นปีนี้พยายามจะทำให้เอยูเอ็มเกิน 1 แสนบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ลดลงจากต้นปีที่ตั้งไว้ 1.2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าจะสามารถรุกธุรกิจได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากกระบวนการควบรวมธนาคารธนชาตและนครหลวงไทยเรียบร้อยแล้ว ทำให้มีช่องทางขายเพิ่มขึ้นอีก 400 สาขา” นายบุญชัย กล่าว







