
ลุ้นกองทุนน้ำมันฟื้นบวก
รอราคาตลาดโลกหยุดผันผวนไม่เกิน2เดือนมีเงินไหลเข้าเพิ่ม
รอราคาตลาดโลกหยุดผันผวนไม่เกิน2เดือนมีเงินไหลเข้าเพิ่ม
สนพ.หวังกองทุนน้ำมันฯ กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หากราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มนิ่ง
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงนี้ไม่ผันผวนมากนัก ส่งผลสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการดำเนินนโยบายตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร มีเงินไหลเข้าอยู่วันละ 22 ล้านบาท โดยมีฐานะสุทธิติดลบอยู่ 1,118 ล้านบาท แต่หากราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวในระดับที่เป็นอยู่นี้ คาดว่าอีกไม่เกิน 2 เดือนสถานะกองทุนน้ำมันฯ จะกลับมาเป็นบวก
ปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันฯ ยังมีเงินสดทางบัญชีอยู่ 1.53 หมื่นล้านบาท ถือว่ายังอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้เพื่อดูแลการตรึงราคาดีเซลต่อไป เพราะยังสามารถจัดเก็บเงินจากดีเซลได้อยู่ลิตรละ 1.30 บาท
ขณะที่ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลล่าสุดอยู่ที่ 1.28 บาท/ลิตร แม้จะไม่ใช่อัตราที่ดีนัก แต่สถานการณ์ในภาพรวมก็ไม่น่าเป็นห่วง ดังนั้นในช่วงนี้ยังไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อดำเนินการปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ
ขณะนี้ต้องรอนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลใหม่ที่จะออกมาหลังจากสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แล้ว ซึ่ง สนพ.ได้เตรียมข้อมูลในหลายเรื่อง เพื่อรายงานให้ รมว.พลังงานคนใหม่ทราบ ทั้งเรื่องการดูแลราคาน้ำมันดีเซล ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) เป็นต้น
ข้อมูลทั้งหมดนี้จะศึกษานโยบายรัฐบาลให้ชัดเจน เพื่อนำมาจัดทำเป็นแผนปฏิบัติงานในแต่ละด้านให้ รมว.พลังงานทราบ และพิจารณาตัดสินใจในการนำไปใช้ หรือปรับให้สอดคล้องกับนโยบายในภาพรวม
นายสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า กรณีการจัดทำแผนพีดีพีจะมีการปรับตัวเลขการพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าใหม่อีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในระยะยาวของประเทศ
แผนเดิมยังไม่ได้มีการนำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทย ที่ได้มีการประกาศไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง มาคำนวณในการใช้ไฟฟ้า ดังนั้นหากมีความชัดเจนในนโยบายว่าจะดำเนินการจริง ก็ต้องนำมาคำนวณตัวเลขการใช้ไฟฟ้าใหม่ รวมทั้งการจัดหากำลังการผลิตให้เพียงพอต่อการรองรับโครงการดังกล่าวด้วย
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานเพิ่มเติมว่า แผนพีดีพีที่มีการทบทวนใหม่ ต้องเลื่อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าระบบไป 3 ปี เบื้องต้นจะนำโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงมาทดแทนในปี 2563-2564 จำนวน 2,000 เมกะวัตต์
ขณะเดียวกันจะต้องคำนึงถึงโครงการระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้า ที่รัฐบาลมีแผนที่จะก่อสร้างมาพิจารณาในภาพรวม เพื่อไม่ให้มีปัญหาในเรื่องของกำลังการผลิตไฟฟ้าในอนาคต







