
โปรเจกเตอร์-มอนิเตอร์เทคโนโลยีใหม่ไดรฟ์ตลาด
ตลาดอุปกรณ์ประมวลผลและแสดงภาพมีการขยายตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีที่ผ่านมา
ตลาดอุปกรณ์ประมวลผลและแสดงภาพมีการขยายตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีที่ผ่านมา
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ตลาดอุปกรณ์ประมวลผลและแสดงภาพมีการขยายตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากราคาที่ปรับตัวลดลงมาจนจับต้องได้มากขึ้น แต่อีกส่วนที่สำคัญเช่นกันคือ การพัฒนาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นการดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาสนใจและมีการใช้งานมากขึ้น เป็นการแตกไลน์สินค้าใหม่ๆ เข้าไปสู่ตลาดใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง โดยเฉพาะในด้านความบันเทิงที่คนให้ความสนใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ส่วนที่เห็นได้ชัดคือ ตลาดโปรเจกเตอร์ที่แต่เดิมมีการใช้งานในวงแคบๆ เพียงองค์กรขนาดใหญ่ และมีจำนวนน้อยเพราะราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งมีข้อจำกัดการใช้งานทั้งเรื่องสีสัน แสง ความคมชัด และขนาดเครื่อง อีกตลาดหนึ่งคือมอนิเตอร์ ที่เทคโนโลยีมาหยุดอยู่ที่ความเป็นจอแอลซีดีระยะหนึ่ง การเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่จะชะลอตัว จนกระทั่งเทคโนโลยีแอลอีดีและ 3ดี เข้ามาสร้างสีสันอีกครั้ง
สุภาพร ลือพร้อมชัย ผู้จัดการอาวุโสผลิตภัณฑ์กลุ่มดิจิตอล ดิสเพลย์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ เปิดเผยว่า วิวัฒนาการของจอมอนิเตอร์เปลี่ยนจากแอลซีดีเป็นแอลอีดี ทำให้ภาพมีความคมชัด สวยงาม สีสันสดใสมากขึ้น มีขนาดบางลงกว่าเดิม มีการออกแบบดีไซน์ให้สวยงามและยังช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับแอลซีดีเดิม นี่คือคุณสมบัติที่แตกต่างจากเดิม และสุดท้ายคือการมีเทคโนโลยีแสดงภาพแบบ 3ดี ทำให้เริ่มมีความต้องการในช่วงที่ผ่านมา และเมื่อมีคอนเทนต์ออกมารองรับอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาพยนตร์ที่ถ่ายทำแบบ 3 มิติ และเกมต่างๆ ที่กราฟฟิกเป็น 3 มิติ เพิ่มอรรถรสในการบริโภคมากขึ้น
สำหรับรูปแบบของมอนิเตอร์รุ่นใหม่ มีการแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ แบบระดับสูงคือ สามารถรองรับไฟล์คอนเทนต์ 3 มิติได้โดยตรง มีการ์ดประมวลผล 3 มิติ ราคาระดับกว่าหมื่นบาท แบบมีซอฟต์แวร์ในมอนิเตอร์เปลี่ยนคอนเทนต์ 2 มิติ ให้เป็น 3 มิติได้ ราคาระดับหมื่นต้นๆ และแบบสุดท้ายคือ มอนิเตอร์มีเมนูปรับให้ภาพเป็น 3 มิติ แบบนี้จะให้ภาพที่เป็น 3 มิติน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 2 ประเภทก่อนหน้านี้
“มอนิเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์เน้นสำหรับการทำงานเป็นหลักและมีเรื่องของความบันเทิงตามมา มีขนาด 18–27 นิ้วให้เลือกใช้ ตลาดยังมีอยู่ประมาณ 1.5 ล้านเครื่องต่อปี โดยรวมทั้งที่ซื้อพร้อมกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะใหม่ และที่ซื้อเฉพาะมอนิเตอร์ไปเปลี่ยน ยิ่งช่วงนี้อยู่ในเวลาที่เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน แม้ตลาดจะไม่เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาแต่ก็ไม่ได้ลดลง ถือเป็นการเติมเต็มส่วนที่โน้ตบุ๊กไม่สามารถรองรับได้ โดยเฉพาะเรื่องของขนาด ซึ่งโน้ตบุ๊กตอบโจทย์ไม่ได้” สุภาพร กล่าว
ของเอเซอร์เองมีการทำตลาดอย่างเต็มที่ โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมามีส่วนแบ่งตลาด 25% เป็นอันดับ 1 โดยเป้าปีนี้ทั้งปีต้องติด 2 อันดับแรก โดยกลยุทธ์หลักคือการรบริหารจัดการสินค้า การคงคลังสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการ มีโครงสร้างราคาที่แข่งขันได้ และมีการออกแบบสินค้าที่โดนใจผู้ใช้ โดยมีสินค้าตั้งแต่ระดับกว่า 3,000 บาทถึงหลักหมื่นบาท เพื่อตอบทุกระดับลูกค้า แน่นอนว่าช่วงแรกมอนิเตอร์ 3ดี จะยังไม่นิยมเท่าไรนัก แต่เชื่อว่ากลุ่มกราฟฟิกและเกมเมอร์จะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สนใจซื้อไปใช้งานแน่นอน
ขณะที่ตลาดโปรเจกเตอร์มีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่ราคาขายเครื่องมาตรฐานอยู่ที่ระดับ 56 หมื่นบาท แต่ตอนนี้ราคาลดเหลือเริ่มต้นกว่าหมื่นบาทเท่านั้น ทำให้ตลาดลูกค้าทั่วไป ตลาดพาณิชย์ ตลาดการศึกษา และเอสเอ็มอี ให้ความสนใจซื้อไปใช้งานมากขึ้น และยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ใกล้เคียงความเป็นแกดเจ็ตมากขึ้นด้วย โดยคุณสมบัติหลักคือ ต้องมีสีสันและความสว่างมากพอ สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายรูปแบบและใช้เป็นสื่อการสอนได้ เอเซอร์ได้แบ่งไว้ 4 กลุ่ม คือ เพอร์ฟอร์มานซ์ เน้นคุณภาพ ช็อตโทรว์ ฉายภาพระยะสั้น โฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ ใช้เพื่อความบันเทิงในบ้านและทราเวลเลอร์ แบบพกพา น้ำหนักเบา
ทั้งนี้ จากการสำรวจโดยสถาบันวิจัย พีเอ็มเอ พบว่าตลาดโปรเจกเตอร์ในไทยมีประมาณ 1 แสนเครื่อง และมีการเติบโต 15-20%
สุภาพร กล่าวต่อไปว่า โปรเจกเตอร์แบบพกพาจะเป็นแนวโน้มใหม่ อยู่ในช่วงเริ่มต้นราคาประมาณ 9,900–1.9 หมื่นบาท ต่อไปมีแนวโน้มจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่คนนิยมพกพารองจากมือถือและโน้ตบุ๊ก ส่วนเครื่องแบบช็อตโทรว์ ฉายในระยะ 13 เซนติเมตร แต่ให้ภาพขนาด 77 นิ้ว สำหรับเจาะตลาดการศึกษาและผู้อยู่อาศัยคอนโดมิเนียม ที่มีพื้นที่จำกัด ระดับราคา 5–6 หมื่นบาท โดยถ้าเป็นกลุ่มการศึกษาจะมีอุปกรณ์เสริมคือ สมาร์ตเพน ปากกาสำหรับเชียนบนภาพบนจอมอนิเตอร์ได้เลย และมีซอฟต์แวร์ เอ็นเอกซ์บอร์ด ที่รองรับการฉายภาพแบบ 3 มิติ สร้างภาพบนจอ บันทึกการเขียนต่างๆ และจัดทำเป็นคอนเทนต์ เพื่อไว้ใช้เป็นสื่อการสอนในอนาคตได้ด้วย
“ในต่างประเทศมีการสำรวจมาแล้วว่าการใช้โปรเจกเตอร์ที่สามารถอินเตอร์แอ็กทีฟได้ ช่วยเพิ่มระดับความสนใจและการมีส่วนร่วมได้ เช่นเดียวกับเครื่องขนาดพกพาที่ชาวต่างประเทศนิยมพกไว้ใช้งาน ประเทศไทยก็มีแนวโน้มเดียวกัน เอเซอร์จึงเตรียมทำตลาดเป็นหลัก” สุภาพร กล่าว
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เอปสันมีการโปรโมตแบรนด์โปรเจกเตอร์เพื่อทำตลาดมากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโต โดยคาดการณ์ว่าตลาดโปรเจกเตอร์ปีนี้มีมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 9 หมื่นเครื่อง เติบโตขึ้น 15-20% จากปีที่ผ่านมาเพราะเอสเอ็มอีและโซโฮ (SME/SOHO) ให้ความสนใจซื้อไปใช้งาน จุดนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าเศรษฐกิจดี องค์กรดี ตลาดโปรเจกเตอร์ก็มีการเติบโตไปด้วย ยิ่งตลาดโรงเรียนมีการซื้อไปใช้งานอย่างกว้างขวางยิ่งมีส่วนช่วยผลักดัน ขณะที่ตลาดผู้ใช้ทั่วไปเริ่มมีการใช้มากขึ้น แต่ตลาดยังเล็กอยู่
จากแนวโน้มดังกล่าว เอปสันจึงมุ่งหน้าทำตลาดอย่างเต็มที่ โดยมีระดับราคาตั้งแต่หมื่นต้นๆ ถึงกว่า 1.5 แสนบาท ครอบคลุมทุกระดับราคา และจะมีการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20 รุ่นในปีนี้ เพราะถ้าตลาดดีขึ้น ผู้เล่นรายอื่นๆ ก็พร้อมทำตลาด การแข่งขันจะสนุกขึ้นแน่นอน 3 เดือนก่อนหน้านี้สินค้ามีผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิบางส่วนแต่ตอนนี้เข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้ว ตั้งเป้าว่าในปีนี้จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นเครื่อง เติบโตขึ้น 30% รักษาตำแหน่งผู้นำตลาด
มองสถานการณ์ตลาดแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานมากขึ้น และขยายตลาดเข้าหาผู้บริโภคเพื่อให้มีการเติบโต รับรองว่าการแข่งขันจะดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง







