posttoday
เลือกธุรกิจดีมีชัยโชติช่วง

เลือกธุรกิจดีมีชัยโชติช่วง

14 กุมภาพันธ์ 2553

...ทีมข่าวธุรกิจตลาด

หากจะระบุว่าปีนี้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นแล้วก็คงไม่ผิดนัก เพราะเปรียบเทียบสถานการณ์กับเมื่อปีที่แล้ว ธุรกิจใหญ่ น้อย หน้าอมทุกข์กันถ้วนหน้า

ข้ามมาปีนี้ โหงวเฮ้งเจ้าสัวแต่ละคนเปล่งประกาย ฉายแสงความรวยเจิดจรัส วัดได้จากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ขยับขึ้นกว่า 4%

สะท้อนถึงราคาสินค้าแพง รับกับภาวะเศรษฐกิจขาขึ้น แม้จะการันตีไม่ได้ว่า เศรษฐกิจประเทศฟื้นแล้วของจริงหรือภาพลวงตา เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองรออยู่ข้างหน้าในอีกไม่กี่วันนี้

แต่ถ้าว่ากันตามเนื้อผ้า ตัดปัจจัยการเมืองออก แนวโน้มการทำธุรกิจปีนี้ถือว่าโอกาสเปิดรอ

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดลำดับประเภทธุรกิจที่น่าลงทุนในปีนี้ไว้ ดังนี้

1.ธุรกิจเครื่องมือเฉพาะด้าน เช่น เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือวัด หลอด เข็ม เป็นต้น ปีนี้ก็อย่างที่เห็นว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติและการลามระบาดของโรคต่างๆ ทั่วโลกยังคงคุกรุ่นมาต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ความต้องการใช้สินค้าประเภทนี้จึงมีมาก

2.ธุรกิจเยื่อกระดาษ กระดาษ ผลิตภัณฑ์ และสิ่งพิมพ์ จะได้อานิสงส์จากกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกับศักยภาพการผลิตของไทยที่เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ สอดรับกับกระแสโลก และรองรับกับการฟื้นตัวของธุรกิจโฆษณา

3.ธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยเฉพาะปุ๋ย ธุรกิจนี้จะมีความเชื่อมโยงกับแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรกรรม แม้ปัญหาน้ำขาดแคลน แต่เชื่อแน่ว่าเกษตรกรไม่ยอมลดการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตแน่

4.ธุรกิจบริการด้านการเงิน เช่น โรงรับจำนำ แหล่งเงินกู้ขนาดเล็กของคนส่วนใหญ่ในสังคมไทย ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือร้ายแค่ไหน โรงรับจำนำก็ยังคงเป็นขวัญใจต่อไป

5.ธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ เช่น อาหารแปรรูป แปรรูปเนื้อสัตว์ แปรรูปสินค้าเกษตร เป็นต้น รับประโยชน์จากภัยธรรมชาติที่ลุกลามไปทั่วโลกแบบเต็มๆ

6.ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ในเขตเมืองจะมีโอกาสดีขึ้นกว่าปีก่อน เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยผ่านร้านค้าปลีก ค้าส่ง ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน หากในปีนี้พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่งสามารถนำมาบังคับใช้ได้สำเร็จก็จะยิ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการรายเล็กมากยิ่งขึ้น และทำให้สังคมการทำธุรกิจมีความเป็นธรรมในการแข่งขันด้านราคา

7.ธุรกิจพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ เนื่องจากลงทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะและรักษาสิ่งแวดล้อม ในยุคที่ราคาพลังงานหลักอย่างน้ำมันมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นมาแตะที่ระดับ 8090 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง

สำหรับคนที่อยากรวยทางลัดผ่านระบบแฟรนไชส์ พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าข่ายน่าลงทุนในปีนี้ไว้เพียง 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี ถือว่าเป็นแฟรนไชส์เด่นในปีนี้ เพราะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ธุรกิจกลุ่มนี้ปิดตัวไปจากระบบธุรกิจจำนวนมาก ทำให้เหลือเฉพาะรายที่แข็งแกร่งจริงๆ เหมาะต่อการเลือกซื้อแฟรนไชส์เพื่อลงทุนรับภาวะเศรษฐกิจขาขึ้น

ที่สำคัญ สินค้าแฟรนไชส์ในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยเป็นประจำ การเติบโตทั้งในแง่ของจำนวนสาขาและยอดขายสินค้า จึงมีโอกาสค่อนข้างมาก

กลุ่มที่สอง ธุรกิจบริการในชีวิตประจำวัน ได้แก่ บริการซักแห้ง ล้างรถ ซ่อมบำรุงรถ ทำความสะอาดบ้าน ดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงอายุ ซ่อมบ้าน เป็นต้น

แฟรนไชส์เหล่านี้จะเริ่มกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้งหลังจากที่หายไปจากตลาดในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เหตุผลก็เพราะบริการเหล่านี้เป็นความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว บริการถึงบ้าน

ตลอดจนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ให้เวลากับการทำงานมากขึ้น ลดเวลาดูแลสิ่งรอบตัวน้อยลง การบริการเหล่านี้จึงสามารถเข้ามาตอบสนองผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ตรงจุดที่สุด

แต่ถ้าใครที่กำลังคิดอยากลงทุนซื้อแฟรนไชส์เกี่ยวกับธุรกิจการศึกษา ความงาม อสังหาริมทรัพย์ ปีนี้สถานการณ์ตลาดค่อนข้างอิ่มตัว เนื่องจากจำนวนธุรกิจมีมากเกินความต้องการของผู้บริโภค ถ้าจะหวังให้ตลาดกลับมาหวือหวาเหมือนสองกลุ่มแรก คงต้องรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่จริงๆ ก่อนค่อยลงมือ

อย่างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น โบรกเกอร์ ในภาพรวมของเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่จะมองว่าตลาดกำลังรุ่ง จำนวนคู่แข่งขันทำธุรกิจในด้านนี้ยังไม่มาก แต่อย่าลืมว่าธุรกิจด้านนี้มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม แถมพฤติกรรมผู้บริโภคก็ไม่ชัดเจน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จึงมีความเสี่ยงสูงในการทำธุรกิจ

ส่วนกลุ่มการศึกษา ตลาดในเมืองใหญ่มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมากแล้ว ถ้าเลี่ยงไปขยายตลาดต่างจังหวัดแทนก็ยังพอมีโอกาส เช่นเดียวกับธุรกิจสปา นอกจากการแข่งขันรุนแรงในเมืองใหญ่แล้ว ยังต้องดูจากทิศทางการท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากยังมีความเสี่ยงในหลายๆ ด้านจากสถานการณ์ในประเทศ

ใครสนใจธุรกิจไหน เลือกเฟ้นฤกษ์งามยามดีตัดสินใจลงทุนให้รอบคอบ แต่ถ้ามีกิจการอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแล้วจะแย่ เพราะที่ว่ามาทั้งหมดนี้ แค่วิเคราะห์จากเหตุผลตามหลักเศรษฐศาสตร์

ถ้าไม่สบายใจอยากได้โหราศาสตร์ปลอบประโลม ลองดูข้อแนะนำจากหมอดูคนดัง นำไปปฏิบัติให้สบายใจก็ได้ ธุรกิจจะได้เฮง เฮง เฮง สมใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท