
กสท.เร่งสรุปปมสัญญษกสทฯ-ทรู
รักษาการกสทช. เร่งสรุปสัญญา กสทฯ-ทรู ขัดมาตรา 46 ใน 3 สัปดาห์ เดินหน้าดันร่างประกาศห้ามต่างด้าครอบงำกิจการ
รักษาการกสทช. เร่งสรุปสัญญา กสทฯ-ทรู ขัดมาตรา 46 ใน 3 สัปดาห์ เดินหน้าดันร่างประกาศห้ามต่างด้าครอบงำกิจการ
นายประสิทธิ์ ประพิณมงคล ปฏิบัติหน้าที่แทนกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ ตรวจสอบสัญญาการให้บริการ 3 จีเอชเอสพีเอ ระหว่าง กสท โทรคมนาคม และ กลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ใน 3 สัปดาห์จะได้ข้อสรุปว่าทั้งด้านกฎหมายและด้านเทคนิคว่าสัญญาดังกล่าวผิด มาตรา 46 ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. หรือไม่
ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและพิจารณาว่ามาตรา 46 ของกฎหมายฉบับนี้จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม และกรณีที่ทางบริษัทเรียลมูฟเข้าซื้อ บริษัท บีเอฟเคที ผู้ให้บริการโครงข่ายของ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์ ซึ่งทั้งหมดยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร ปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่าง ประกาศ กสทช.ว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคน ต่างด้าว พ.ศ... แล้ว แต่รอให้นายประสิทธิ์ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ร่างประกาศดังกล่าวได้กำหนดนิยามของคนต่างด้าวจากอำนาจในการควบคุมบริษัทกว้างเกินไป ชี้วัดได้ยาก ทำให้เกิดปัญหาในการตีความ และเป็นปัจจัยที่ทำลายภาคธุรกิจของประเทศ เนื่องจากผู้ประกอบการเอกชนต้องเสียเวลาเพื่อให้มีการตีความที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือเป็นโทษต่อคู่แข่งมากกว่าที่จะใช้เวลาในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันในเชิงธุรกิจ
ที่ผ่านมา กทช.ไม่เคย เปิดเผยการประเมินผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจซึ่งต้องทำทุกครั้งที่มีการออกร่างประกาศ แต่ กสช.อ้างว่าได้ทำแล้ว ซึ่งหากร่างนี้เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมจริง ควรจะเปิดเผยข้อมูลให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ด่วย” นางเดือนเด่นกล่าว







