posttoday
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐบาลใหม่รื้อ‘กม.ต่างด้าว’

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐบาลใหม่รื้อ‘กม.ต่างด้าว’

27 กรกฎาคม 2554

ทีดีอาร์ไอหวังรัฐบาลใหม่กล้ารื้อกฎหมายต่างด้าวปี 2542 ชี้ทำไทยล้าหลัง หวังช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยขยายอัตราจ้างงาน

ทีดีอาร์ไอหวังรัฐบาลใหม่กล้ารื้อกฎหมายต่างด้าวปี 2542 ชี้ทำไทยล้าหลัง หวังช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยขยายอัตราจ้างงาน

นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่มีความกล้าหาญที่จะรื้อ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่เป็นเพียงการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นจากต่างชาติเพียงขั้นต่ำ และยกเลิกการกำหนดเพดานการถือหุ้นขั้นสูงที่ 49% เหมือนปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพราะต้องการให้เกิดการปฏิรูปภาคบริการของประเทศโดยเฉพาะในสาขาสำคัญที่มีผลต่อการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ เนื่องจากในสาขาบริการเหล่านี้ยังต้องการเทคโนโลยีจากต่างประเทศและการแข่งขันที่สูง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการในประเทศ

“การห้ามต่างชาติประกอบธุรกิจบริการทุกประเภทแบบครอบจักรวาลที่เป็นอยู่ขณะนี้ ไม่เป็นผลดีต่อคนและเศรษฐกิจของประเทศ ตรงกันข้ามกลับทำให้ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ในการตักตวงประโยชน์จากการเปิดเสรีการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนในปี พ.ศ. 2558” นางเดือนเด่น กล่าว

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ห้ามต่างชาติเข้ามาลงทุนในทุกสาขาบริการ ขณะที่ประเทศอื่นจะมักจำกัดหุ้นส่วนต่างชาติในสาขาบริการหลักๆ เช่น การธนาคาร การขนส่ง การสื่อสาร นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศจีนและเวียดนามกำหนดสัดส่วนทุนต่างชาติในแบบขั้นต่ำ เพราะต้องการดึงดูดเงินตราจากต่างประเทศ

เพื่อสร้างรายได้และการจ้างงานในประเทศการเปิดให้นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยอย่างเสรี ไม่ได้ต้องการส่งเสริมให้ทุนขนาดใหญ่ที่มีอำนาจทางตลาดสูงเข้ามาเอาเปรียบเกษตรกรในประเทศ เพราะกฎหมายสามารถเปิดช่องให้มีหน่วยงานคอยทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลอยู่แล้วหรือการร่างประกาศที่จะทำให้นิยามของคนต่างด้าวสำหรับธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับเข้มข้นขึ้นเพื่อป้องกันบริษัทต่างชาติเข้าครอบงำบริษัทไทย

นอกจากนี้ การเปิดเสรีในธุรกิจต่างๆ จะส่งผลดีมากขึ้น หากรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่อง พ.ร.บ.การกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าอย่างจริงจัง ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจต้องเข้าสู่กระบวนการแข่งขันที่เป็นธรรมเช่นเดียวกับเอกชน และผู้บริโภคสามารถฟ้องหน่วยงานเหล่านี้ได้ แต่ปัจจุบัน กฎหมายนี้ไม่ได้รับการผลักดันอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะมีผลตั้งแต่ปี 2542 แล้ว ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจมีอำนาจเหนือเอกชน

ทั้งนี้ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนกรณีของต่างประเทศ คือ จงหวา เทเลคอม ประเทศไต้หวัน ที่ถูกสั่งให้ยกเลิกการอุดหนุนไขว้ จากการเก็บค่าบริการโทรศัพท์พื้นฐานในราคาสูงมาก เนื่องจากผูกขาดรายเดียว แล้วนำค่าบริการที่เก็บได้นั้นไปชดเชยกับราคาโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้สามารถทำราคาต่ำกว่าเอกชนได้ เช่นเดียวกับการไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกาที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า โดยเปิดให้เอกชนสามารถแข่งขันให้บริการด้านพัสดุภัณฑ์ได้จากเดิมที่เคยผูกขาดเพียงรายเดียว  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท