
TPCคาดกำไรไตรมาส3พุ่งสูงสุด
ส่วนต่างราคา‘พีวีซีอีดีซี’ยังดีแนวโน้มทั้งปีกำไรดีกว่าปีก่อน
ส่วนต่างราคา‘พีวีซีอีดีซี’ยังดีแนวโน้มทั้งปีกำไรดีกว่าปีก่อน
TPC ข่าวดีไม่หยุด แนวโน้มกำไรดีสุดไตรมาส 3 ต่อจากไตรมาส 2 คาดทั้งปีกำไรดีกว่าปีก่อน
นายคเณศ ขาวจันทร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ (TPC) เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 3 คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะดีกว่าไตรมาส 2 และช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากเป็นช่วงฤดูกาลขายเรซินสูงสุดในขณะที่ส่วนต่างราคาพีวีซีและอีดีซียังทรงตัวสูงที่กว่า 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบไตรมาส 3 ปี 2553 ที่ราคาพีวีซีอยู่ที่ 833 เหรียญสหรัฐต่อตัน และมีส่วนต่างระหว่างพีวีซีและอีดีซีที่ 420 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ดังนั้น จึงคาดว่าปีนี้รายได้รวมของบริษัทจะเติบโตตามเป้าหมาย 10%เป็นกว่า 3 หมื่นล้านบาท กลับไปมีรายได้รวมเท่ากับปี 2551 และกำไรจะดีกว่าปีก่อนเพราะราคาพีวีซีที่สูงขึ้นจากกว่า 400 เหรียญสหรัฐต่อตันในปี 2553 เป็นประมาณเฉลี่ย 600 เหรียญสหรัฐต่อตันในปีนี้
“ราคาพีวีซีได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ราคาอีดีซีแม้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากเทียบพีวีซี และคาดว่าราคาพีวีซีจะสูงต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีหลัง เพราะฐานราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจ”
ราคาพีวีซีและอีดีซีในไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 516 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบไตรมาสแรกปีก่อนที่ 481 เหรียญสหรัฐ ไตรมาส 2 ปีนี้ที่ 637 เหรียญสหรัฐ เทียบไตรมาส 2 ปีก่อนที่ 466 เหรียญสหรัฐต่อตัน
การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพีวีซีส่งผลให้ครึ่งแรกปีนี้ TPC มีรายได้จากการขายรวม 1.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% กำไร 1,279 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโต 12% และไตรมาส 2 มีรายได้จากการขายรวม 7,900 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10% เทียบไตรมาส 2 ปี 2553 และกำไรสุทธิ 766 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 139% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เติบโตของรายได้เป็นไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและคาดว่าจะต่อเนื่องในครึ่งหลังตามการเมืองที่มีเสถียรภาพที่จะส่งผลดีต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ
TPC มีกำลังการผลิตพีวีซี 8.86 แสนตัน แบ่งเป็นการผลิตในประเทศ 5.66 แสนตัน เวียดนาม 2 แสนตัน และอินโดนีเซีย 1.2แสนตัน
กรรมการผู้จัดการ TPC กล่าวว่า ความต้องการพีวีซีครึ่งปีหลังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่บริษัทได้ลงทุนไปแล้ว 500 ล้านบาท คาดว่าจะออกสู่ตลาดครึ่งปีหลังและรับรู้รายได้เต็มที่ในปี 2555
สำหรับความเสี่ยงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้นอยู่ในประมาณการแล้วว่าจะแข็งค่าไม่เกิน 29 บาท นอกจากนั้นยังป้องกันความเสี่ยงไว้แล้ว 75%
ล่าสุด TPC ประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 70 สตางค์ คิดเป็น 48% ของกำไรสุทธิจากนโยบายที่จ่ายเกิน 60% ของกำไรสุทธิมาตลอด เนื่องมาจากรอดูสถานการณ์ครึ่งปีหลังโดยเฉพาะวิกฤตสหรัฐและสหภาพยุโรปที่อาจส่งผลให้ราคาพีวีซีพลิกได้ ทั้งนี้ มีกำหนดจ่ายวันที่ 24 ส.ค. และปิดสมุดทะเบียนผู้มีสิทธิได้ปันผลวันที่ 10-11 ส.ค.นี้
สำหรับบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) ที่ TPC ถือหุ้นทั้งหมดและเป็นผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้างได้ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 1.5 เท่าใน 3-4 ปีนี้จากปัจจุบันมียอดขายต่อปีกว่า 6,000 ล้านบาท หรือยอดขายแตะหมื่นล้านบาทคิดเป็น 33% ของรายได้ของ TPC จากปัจจุบัน 20%
นายคเณศ กล่าวว่า โครงการของบริษัทที่ติดอยู่กับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคาดว่าจะเดินเครื่องต้นปีหน้าล่าช้าออกไปจากกำหนดการเดิมปลายปีนี้







