
แฮปปี้โฮมแฮปปี้รายได้แตะพันล.
แฮปปี้ โฮมฯ หวังรายได้แตะพันล้านปีแรก นเรศวร 2 ภาคดันยอดพุ่ง เล็งเปิดบริการดาวน์โหลดสู้แผ่นผี พร้อมบุกตลาดเช่า
แฮปปี้ โฮมฯ หวังรายได้แตะพันล้านปีแรก นเรศวร 2 ภาคดันยอดพุ่ง เล็งเปิดบริการดาวน์โหลดสู้แผ่นผี พร้อมบุกตลาดเช่า
นายอัครพล เตชะรัตนประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮปปี้ โฮม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้ถือสิทธิและจำหน่ายภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศของ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ปีนี้คาดว่ารายได้ของบริษัทจะถึงระดับ 1,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ทำธุรกิจมา 7 ปี เนื่องจากจะมีภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 3 และ 4 วางจำหน่ายในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ซึ่งแต่ละภาคทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท สำหรับตลาด ผู้ให้บริการลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และความบันเทิงในบ้าน (โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนต์)
สำหรับช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีอัตราการเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีรายได้เกือบ 400 ล้านบาท โดยรายได้หลักจะมาจากช่วงครึ่งปีหลัง และคาดว่าทั้งปีจะมีอัตราการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยครึ่งปีแรกบริษัทใช้กลยุทธ์จำหน่ายสินค้าที่เรียกว่า "วนิลา" หรือ ภาพยนตร์ต่างประเทศที่มีเฉพาะพากษ์ไทย จำหน่ายในราคาเท่าวีซีดี ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากจากผู้บริโภค รวมทั้งนำภาพยนตร์เก่ามาผลิตซ้ำ ซึ่งปีนี้บริษัทได้ภาพยนตร์ออกสู่ตลาดประมาณ 20 25 เรื่องต่อเดือน
แผนครึ่งปีหลัง บริษัทจะปรับเปลี่ยนชื่อและตราสินค้าใหม่เพื่อตอกย้ำภาพที่ชัดเจนในการเป็นผู้ให้บริการโฮม เอ็นเตอร์เทนเมนต์ รวมทั้งจะขยายการให้บริการในรูปแบบดิจิตอล ดาวน์โหลดผ่านอุปกรณ์ต่างๆ โดยจะเริ่มที่ภาพยนตร์ไทยก่อน และค่อยขยายไปสู่ภาพยนตร์ต่างประเทศ เพื่อเป็นการแข่งขันและลดความสูญเสียจากการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปไปสู่ช่องทางดาวน์โหลดมากขึ้น
"ทุกวันนี้ ตลาดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กินส่วนแบ่งตลาดถึง 80% แล้ว และไม่ลดลงเลย เราในฐานะผู้ผลิตสินค้า จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสู้กับผีให้ได้ เพราะทำยังไงผีก็ไม่มีทางตาย" นายอัครพลกล่าว
นอกจากนี้ ในฐานะกรรมการสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ จะเสนอ รูปแบบการแก้ปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะภาพยนตร์ไทย ว่า ทำอย่างไรให้แผ่นจริงกับแผ่นผีวางจำหน่ายด้วยกันได้ เป็นการแก้ไขปัญหาในเชิงการตลาด ไม่ใช่ใช้กฎหมายนำเหมือนที่ผ่านมา คาดว่าจะเสนอรูปแบบให้กับหน่วยงานของรัฐพิจารณาได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้
นายอัครพล กล่าวด้วยว่า กำลังพิจารณาปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจในตลาดเช่า ซึ่งเชื่อว่ายังมีแนวโน้มการเติบโตได้ เพราะจากการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคยังมีการเข้าร้านเช่าอย่างต่อเนื่อง ไม่ลดลง แต่อัตราการเช่าลดลง







